ศาลปค.สูงสุดพิจารณา ปมพาสปอร์ต’ทักษิณ’ ตุลาการผู้แถลงคดีชี้ยกเลิกชอบแล้ว

27.02.18 | 18:41 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่27มกราคม ที่ศาลปกครองถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองสูงสุดออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องอธิบดีกรมการกงสุล กับพวกรวม 2 คน กรณีกรมการกงสุลยกเลิกหนังสือเดินทางของนายทักษิณ 2 ฉบับ ที่ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องผู้ถูกฟ้อง

ต่อมานายทักษิณยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ว่า ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ไม่ใช่กฎหมายเฉพาะให้อำนาจรัฐจำกัดสิทธิเสรีภาพได้ การที่ระเบียบดังกล่าวให้อำนาจอธิบดีกรมการกงสุลไม่ออกหรือยกเลิกหนังสือเดินทางของบุคคลสัญชาติไทยจึงขัดต่อรัฐธรรมนูญปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและกติการะหว่างประเทศ และการยกเลิกหนังสือเดินทางโดยอาศัยข้อเท็จจริงจากความเห็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ทั้งที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายจับยังถือว่าเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น และการที่ ตร.กล่าวหาว่านายทักษิณกระทำผิดกฎหมาย ทั้งที่ยังไม่มีการสอบสวนหรือแจ้งข้อกล่าวหา เป็นการกระทำที่รวบรัดขั้นตอนทางกฎหมาย นอกจากนั้นยังเห็นว่าการที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาที่เป็นการวินิจฉัยว่านายทักษิณกระทำผิดกฎหมายอาญานั้นเห็นว่าศาลปกครองไม่มีอำนาจวินิจฉัยดังกล่าว

โดยนายวัฒนา เตียงกูล ทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจจากนายทักษิณ แถลงต่อศาลด้วยวาจาว่า เนื่องจากในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 38 ระบุว่าบุคคลย่อมมีเสรีภาพในการเดินทางและการเลือกถิ่นที่อยู่ ต่างไปจากรัฐธรรมนูญ 2550 ตัดคำว่าภายในราชอาณาจักรออกไป เท่ากับว่ารับรองสิทธิการเดินทางของบุคคลทั้งในและนอกราชอาณาจักร การเดินทางนอกราชอาณาจักรจำเป็นจะต้องใช้หนังสือเดินทาง แต่การที่กรมการกงสุลอาศัยเพียงระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 เป็นระเบียบภายในเพิกถอนหนังสือเดินทางจึงเป็นการจำกัดสิทธิในการเดินทางตามที่รัฐธรรมนูญรองรับ รวมทั้งขัดกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและกติการะหว่างประเทศ เรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคนทั่วประเทศ เพราะการที่ฝ่ายบริหารใช้อำนาจตามระเบียบดังกล่าวเพิกถอนหนังสือเดินทางของบุคคลทั้งที่เป็นสิทธิรัฐธรรมนูญรองรับ และฝ่ายบริหารอาจใช้อำนาจตามระเบียบดังกล่าวเพื่อเหตุผลทางการเมืองได้

ขณะที่ตุลาการผู้แถลงคดีในคดีดังกล่าว เห็นว่า คำขออุทธรณ์ของนายทักษิณที่อ้างว่า ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 จำกัดสิทธิในการเดินทางตามที่รัฐธรรมนูญรองรับ หรือการยกเลิกหนังสือเดินทางทั้งที่มีเพียงข้อกล่าวหาว่านายทักษิณกระทำผิดกฎหมายอาญา หรือที่อ้างว่าการใช้ดุลพินิจในการยกเลิกหนังสือเดินทางดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัตินั้น ไม่สามารถรับฟังได้ ข้อ 23 ของระเบียบดังกล่าวกำหนดไว้แล้วว่า กรณีหากพบว่ามีผู้กระทำการขัดต่อหลักเกณฑ์ตามระเบียบสามารถยกเลิกหนังสือเดินทางได้ การยกเลิกหนังสือเดินทางของนายทักษิณ จึงไม่เข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิ และเป็นการกระทำตามรูปแบบขั้นตอนปกติ ไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติ จึงเห็นพ้องกับที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษายืนให้ยกฟ้องตามที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามศาลปกครองสูงสุดยังไม่ได้กำหนดวันอ่านคำพิพากษาดังกล่าว