ฟร้อนต์เพจออนไลน์ : นับถอยหลังการ “เลือกตั้ง” หวังว่าจะไม่มีสร้าง “สถานการณ์”

28.02.18 | 17:19 น.

ได้ยินกันชัดเต็มสองรูหูแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรีบอกว่า “การเลือกตั้ง” จะเกิดขึ้นไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 2562

นับวัน-คืน ก็พบว่าถัดจากนี้อีกราวๆ 1 ปี เต็ม

อย่างไรก็ตาม ในคำพูดของ “บิ๊กตู่” ก็ยังมีช่องให้อาจจะเกิด “การเลื่อน” เลือกตั้งออกไปอีกได้ถ้า “สถานการณ์” ยังวุ่นวาย

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การออกมาให้คำมั่นสัญญาครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเรียกร้องของ “กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย”

จากคนเพียงหลักสิบ เริ่มขยายเป็นหลักร้อย และดูท่าว่าจะมากขึ้นอีกในครั้งต่อๆไป

Advertisement

นักศึกษา-นักกิจกรรมทวงถาม “เลือกตั้งปีนี้”

พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องส่งสัญญาณ เหมือนให้เพลาๆ เจอกันครึ่งทาง ขีดเส้นให้ชัดเจนว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์ ปีหน้า

แต่อย่างที่หลายคนห่วง ใช่ว่า “การเลื่อน” จะไม่เกิดขึ้นอีก

พล.อ.ประยุทธ์ เคยพูดเรื่องเลือกตั้งมาหลายครั้ง ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2560 ต่อมาก็เลื่อนเป็น 2561 และคราวนี้ก็บอกว่าเป็นปี 2562

ยิ่ง “สถานการณ์” ที่อาจทำให้การเลือกตั้งต้องเป็นหมันนั้นเป็นอย่างไร แน่นอนว่า ย่อมไม่มีใครตอบได้เป็นข้อๆ แบบ เหตุ 1 ,2 ,3, 4

เกิดมีฝ่ายไม่อยากเลือกตั้ง สร้างสถานการณ์ขึ้นมา

หรือใครอุตรินำอาวุธสงครามไปซุกซ่อนจุดโน้น จุดนี้ แล้วมีคนไปชี้เบาะแสให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจค้น
อย่างนี้ จะเป็นเหตุแห่ง “การเลื่อน” ออกไปอีกได้หรือไม่

ทางที่ดี “บิ๊กตู่” ต้องพูดให้ชัดไปเลยว่า จะอย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 อย่างแน่นอน

ไม่ต้องรอดูสถานการณ์ ไม่ต้องอ้างเรื่องการปฏิรูปว่ายังทำไม่เสร็จ เพราะการเลือกตั้งซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการประชาธิปไตยนี่แหละ ที่จะเป็นตัวควบคุมสถานการณ์ และปฏิรูปบ้านเมืองไปในคราวเดียวกัน

กล่าวสำหรับสัญญาณที่ พล.อ.ประยุทธ์ ส่งมา ชัดเจนแล้วเช่นกันว่า “ม็อบนกหวีด” หรือ “กปปส.” ที่นำโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็เตรียมตั้งพรรคการเมืองสู้ศึก

พร้อมหนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกต่อ

ต้องไม่ลืม และไม่ควรลืมว่า มวลชน กปปส. มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเดินมาสู่จุดนี้

จุดที่ต้องเว้นวรรคประชาธิปไตย ไม่มีการเลือกตั้งเป็นเวลายาวนานถึง 4 ปี โดยอ้างเรื่องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ซึ่งถามว่าวันนี้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ดูความเป็นอยู่ของชาวบ้านก็พอจะรู้คำตอบ

ถ้าตอนนั้น หลัง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยของ รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกคว่ำ ต่อมามีการยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน แล้วมวลชน กปปส.ที่นำโดย “กำนันสุเทพ” เลือกที่จะเล่นตามกฏิกาประชาธิปไตย คือหยุด บ้านเมืองก็คงจะไม่ถอยหลังมาอยู่ยังจุดนี้

คิดจะปฏิรูปบ้านเมือง ก็ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา ลงสมัครรับเลือกตั้งให้ประชาชนเลือก นี่สิถึงจะชอบธรรมกว่า

แต่เอาล่ะ ไหนๆ ก็ถอยมาไกลกันแล้ว และได้มีการตั้งพรรค เตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งแล้ว

ได้แต่หวังว่าถ้า “พรรค กปปส.” แพ้เลือกตั้ง จะยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่ใช่ขนมวลชนมาปิดเมือง ยึดสถานที่ราชการ สร้างสถานการณ์ให้วุ่นวาย

จนเป็นเหตุให้เกิดการ “รัฐประหาร” ยึดอำนาจอีก