วันที่ 1 มีนาคม 2561 นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า 28 กุมภาพันธ์ 2561 คือวันครบรอบ 10 ปีของภาพนี้ “กราบแผ่นดิน” ยังจำภาพนี้ได้ติดตา ในวันที่คุณพ่อกลับมาเมืองไทยเป็นครั้งแรกนับจากวันที่ถูกรัฐประหารไปปีครึ่ง คุณพ่อทรุดตัวลงไปกราบกับพื้น โดยที่คนเดินตามหลังไม่ทันตั้งตัว จนได้ยินเสียงถามมาจากข้างหลังไกลๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น รัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ.2549 ครั้งนั้นยังถือว่าดีที่ ผบ.ทบ.ผู้นำการยึดอำนาจ มิได้ยึดติดกับอำนาจที่ตนได้มา จึงแต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นนายกฯ และใช้เวลาประมาณปีเดียวก็คืนอำนาจให้กับประชาชน ทำให้บ้านเมืองกลับเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นอีกเพียงไม่กี่ปี ผบ.ทบ.(ตำแหน่งเดิม เปลี่ยนตัวบุคคล) ก็ใช้กำลังทหารยึดอำนาจการปกครองมาเป็นของตนอีกครั้ง ยึดอำนาจครั้งหลังนี้หนักกว่าครั้งก่อน เพราะ ผบ.ทบ.คนนี้ (ผบ.ทบ.ขณะนั้น นายกฯขณะนี้) ยึดอำนาจเอง แล้วตั้งตัวเองเป็นนายกฯเสียเอง แถมสัญญากับประชาชนเสียอย่างดิบดีว่าจะใช้เวลาอีกไม่นานก็จะคืนความสุขให้กับประชาชน
นายพานทองแท้ระบุอีกว่า “เวลาผ่านไปถึงเกือบ 4 ปี ประเทศไทยยังย่ำเท้าอยู่กับที่ สลับกับถอยหลัง ความสุขที่ว่าจะคืนให้ ยังคงริบหรี่ไม่มีหวัง ปัญหาต่างๆ ที่เป็นข้ออ้างของการรัฐประหาร ไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพราะรัฐสนใจแต่จะทำโครงการใหญ่ๆ ซื้ออาวุธราคาแพงๆ ปล่อยให้พี่น้องประชาชนเผชิญชะตากรรมไปกันเองตามลำพัง ที่หนักหนากว่าเดิมคือ ร่องรอยของการทุจริตมีให้เห็นไปทั่ว ในขณะที่ไม่มีฝ่ายค้านคอยถ่วงดุล แถมกลไกในการตรวจสอบก็ตั้งพวกพ้องของตนไปนั่งทำหน้าที่เกือบหมด แบบนี้จะตรวจสอบกันกี่ครั้ง ก็บริสุทธิ์ผุดผ่องทุกครั้งไป กล่าวหารัฐบาลอื่นทุจริตแต่ตัวเองทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติเสียจนดัชนีคอร์รัปชั่นขึ้นไปสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากช่วงเริ่มต้นรัฐบาลประยุทธ์ 1 อยู่ที่อันดับ 78 ของโลก ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อประเทศชาติกันจนปัจจุบันหล่นไปอยู่อันดับที่ 101 ร่วงจากเดิมถึง 23 อันดับ แบบนี้นะ เอาคนดีมาปกครองประเทศ สรุปคำถามสั้นๆ เลยแล้วกันคือ เมื่อนักการเมืองถูกกล่าวหาทุจริต คนออกมายึดอำนาจคือทหาร แล้วถ้าทหารทุจริตบ้าง ใครจะเป็นคนจัดการ”

