หน้าแรก การเมือง อดีต ส.ส.ปชป....

อดีต ส.ส.ปชป.ใต้รับลำบากใจ ‘พรรค กปปส.’ แข่งหาเสียงกันชัดเจน

2.03.18 | 10:15 น.

วันที่ 2 มีนาคม 2561 นายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กรรมการบริหาร ปชป. เปิดเผยว่า การจัดตั้งพรรคการเมืองภายใต้ชื่อ “กปปส.” ของนายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี น้องชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรค ปชป. และได้ยืนยันว่าจะส่ง ส.ส.ลงสมัครเต็มพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้นั้นว่า ถึงที่สุดแล้วหากส่งลงสมัครจริงก็ต้องสู้กันอย่างเต็มที่ แม้ว่าพรรค กปปส.กับ ปชป.จะมีฐานเสียงเดียวกัน แต่ประชาชนจะตัดสินเลือกจากความนิยมและความสามารถของตัวบุคคล ขณะที่แต่เดิมนายสุเทพประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก แต่ปัจจุบันยังไม่ทราบว่าพรรคใหม่จะมีใครเป็นหัวหน้า กรรมการบริหารพรรค ส่วนมุมมองของอดีต ส.ส.เก่าหลายคนระดับแกนนำในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนตัวเชื่อว่าคงมีการห้ามปรามไว้แล้ว แต่การตั้งพรรคใหม่เชื่อว่าคงต้องการเอาใจพลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่ยอมรับว่าการตั้งพรรคใหม่ ทั้งหัวหน้าพรรคหรือนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค คงไม่ทราบล่วงหน้า แต่ทราบจากการนำเสนอของสื่อมวลชนเท่านั้น

“การตั้งพรรคใหม่ของนายธานีคงห้ามกันไม่ได้ แต่การเลือกตั้ง ส.ส.ในภาคใต้ ประชาชนจะมองที่ตัวบุคคลเป็นหลัก ยอมรับว่าขั้นตอนที่จะสรรหาตัวบุคคลของพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคอื่นไปลงสมัครรับเลือกตั้งจะต้องมีการทำไพรมารีโหวตตามกฎหมาย เมื่อมีการตั้งพรรค กปปส.ก็เชื่อว่าจะทำให้อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์หลายพื้นที่ในภาคใต้ลำบากใจมากขึ้น ส่วนมุมมองที่ว่าก่อนการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์กับพรรค กปปส.จะต้องแยกกันหาเสียงชัดเจน แต่อาจจะไปร่วมกันอีกครั้งหลังเลือกตั้งแล้ว ตรงนี้ผมพูดไม่ได้ คนอื่นเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ส่วนตัวผม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต้องถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จะยกให้คนอื่นเป็นนายกรัฐมนตรีคงไม่ได้ ยอมรับว่าที่ผ่านมาในพรรคยังมีความเห็นที่แตกต่าง แต่ผมไม่ยอมรับนายกฯคนนอก สำหรับอดีต ส.ส.ภาคใต้ที่เคยร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับ กปปส.จะไปร่วมกับพรรคใหม่หรือไม่ คงอ่านใจกันลำบาก” นายวิรัชกล่าว

นายวิรัชกล่าวในฐานะอดีตประธานกรรมาธิการปกครองท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร ว่า สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นช่วงกลางปีนี้ คสช.จะไม่อนุญาตให้มีผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลงสมัครในนามพรรคการเมืองอย่างแน่นอน เนื่องจากช่วงที่ คสช.ปล่อยให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นยังไม่มีการปลดล็อกให้มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองระดับชาติเพราะเกรงว่าการหาเสียงจะมีความขัดแย้ง ดังนั้น กรรมการบริหารในพรรคการเมืองที่ส่งตัวแทนลงสมัครสนามท้องถิ่นจะไม่มีโอกาสได้ขึ้นเวทีหาเสียงเพื่อช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งนายก อบจ.ก่อนในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ เพื่อให้ คสช.ใช้ประเมินฐานคะแนนนิยมของพรรคการเมืองต่างๆ ในแต่ละจังหวัด ก่อนนำไปใช้เป็นหลักเกณฑ์เพื่อคุมการเลือกตั้งใหญ่ในระดับชาติ

“สำหรับการส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ขอเรียนว่า คสช.จะไม่ปลดล็อกให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หรือนายกเมืองพัทยาก่อนการเลือกตั้งนายก อบจ. เนื่องจากผู้บริหารของ กทม.และเมืองพัทยา เป็นคนใกล้ชิดของบุคคลกลุ่มใดทุกคนย่อมรู้ดี” นายวิรัชกล่าว