เล่นตามกติกา
อาจเพราะถูกกดทับ อัดอั้นมานาน สนามการเมืองถูกปิดยาวอย่างมิเคยปรากฏมาก่อน
นับแต่ คสช.ยึดอำนาจโค่นล้มรัฐบาลเลือกตั้ง หากนับเอาเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เป็นหลักไมล์
ประเทศตกอยู่ในสถานการณ์พิเศษกว่า 4 ปี เกินเทอมปกติของรัฐบาลเลือกตั้งของประชาชน
หรือไม่ก็เชื่อว่า กติกาใหม่เอื้ออำนวยต่อพรรคใหม่ แจ้งเกิด มีที่นั่ง ส.ส.ได้ง่าย
แต่จะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่
นับได้ว่า การเปิดพื้นที่ให้ทำกิจกรรม ยื่นขอแจ้งเตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่
มีเสียงตอบรับอย่างคึกคัก ล้นหลาม
ในวันที่ กกต.เปิดห้องชี้แจง กระบวนการขั้นตอนการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง
มีกลุ่มการเมืองเข้าร่วมรับฟัง 114 กลุ่ม 291 คน
ถึงวันจริง ดีเดย์เปิดจองชื่อ
แค่วันแรก มีกลุ่มการเมืองยื่นขอตั้งพรรคถึง 42 พรรค
คึกคัก ล้นหลามเป็นที่ยิ่ง
ขานชื่อไม่หวาดไม่ไหว อาทิ พรรคพลังชาติไทย ของ พล.ต.ทรงกลด ทิพยรัตน์ พรรค
ประชาไทย พลังประชารัฐ พรรคเพื่อชาติไทย โดย อัมพาพันธ์ ธเนศเดชสุนทร พรรค
พลังธรรมใหม่ ที่ปัดฝุ่นต่อยอดพรรคพลังธรรมของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ในอดีต ที่เป็น
แนวร่วมพันธมิตร ต่อต้าน ทักษิณ ชินวัตร ขยายมาถึงรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในปฏิบัติการ
ชัตดาวน์ประเทศ
กลุ่ม กปปส.ก็คงรอฤกษ์งามยามดี หลังจากที่ยืนยัน ขันแข็ง เตรียมอัพเกรดตีตรา เป็นพรรคการเมือง
การที่กลุ่มการเมืองต่างๆ ตั้งพรรคการเมือง ถือว่าเป็นการดี
นอกจากเป็นทางเลือกประชาชนแล้ว
กลุ่มการเมือง อย่าง กปปส. พรรคพลังธรรมใหม่ ยังเป็นคู่ขัดแย้งในวิกฤตการเมืองที่ผ่านมาด้วย
ในช่วงการต่อสู้ เคลื่อนไหว ขับไล่รัฐบาล ปิดทำเนียบ สนามบิน สถานที่ราชการ ชัตดาวน์ประเทศ
กลุ่มการเมือง กล่าวอ้างมีประชาชนเรือนแสน เรือนล้าน มวลมหาประชาชนเป็นฐานสนับสนุน ขับไล่รัฐบาล ซึ่งอาจมากกว่าเสียงประชาชนที่เลือกตั้งรัฐบาลมาบริหารประเทศด้วยซ้ำ
การเข้าสู่สนามเลือกตั้ง จึงเป็นข้อพิสูจน์ วัดความนิยม และตัดสินการกระทำที่ผ่านมาโดยอัตโนมัติ
ยิ่งแกนนำกลุ่ม มั่นใจว่าเดินถูกทาง ไม่เคยคิดเสียใจแต่น้อย แม้มีชนักปักหลัง มีคดีความ
ขึ้นโรงขึ้นศาลจากการเคลื่อนไหว ก็ยิ่งดี
ถ้ากลัวประชาชนลืม การต่อสู้ของคนดี
ระหว่างรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ก็หยิบขึ้นมาย้ำ-ชู ในสิ่งที่คิดว่าเป็นคุณูปการต่อประเทศได้
เพราะยิ่งชัดเท่าใด ประชาชนก็จะยิ่งตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
การตั้งพรรคลงเลือกตั้ง ยังมีข้อดีในแง่ที่ เป็นการต่อสู้ในระบบ
ระบบการเมืองที่กลุ่มการเมือง กปปส.ก็ดี พรรคพลังธรรมใหม่ก็ดี ให้การสนับสนุนการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ออกแบบกติกา จัดวางโครงสร้างใหม่
การลงเล่นการเมือง จึงมิได้เท่ากับยอมรับกติกาโดยปริยาย
แต่เป็นอะไรพิเศษมากกว่านั้น เมื่อเป็นผลิตผลการต่อสู้ ปูทาง กระทั่งมีกติกาใหม่
วิกฤตความขัดแย้งครั้งรุนแรง ของประเทศที่ผ่านมา
เกิดจากปัญหาไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง
พรรคการเมืองที่พ่ายแพ้ แตกสาขา ออกมาสู้ตามท้องถนน
ต่อต้านขัดขวาง การคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน กระทั่งไม่อาจใช้การเลือกตั้งเป็น
กระบวนการทางออกแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้
การตั้งพรรค ลงสนามต่อสู้ในระบบของกลุ่มการเมืองใหญ่ ไม่ว่าเป็นกลุ่มที่ให้การสนับสนุน
บิ๊กตู่ กลุ่มพรรคสาขาเพื่อไทย และใครก็ตาม
เป็นเรื่องถูกต้องดีงามตามหลักการควรค่าแก่การสนับสนุนเป็นที่ยิ่ง
แต่เมื่อเข้ามาต่อสู้ในระบบแล้ว ต้องยอมรับผลเลือกตั้ง
เคารพการตัดสินของประชาชนด้วย
หากไม่รู้แพ้ รู้ชนะ ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง ตามกติกา
วงจรอุบาทว์จะกลับมา
อ้างมวลชนเรือนแสน เรือนล้าน มหาศาลทั่วประเทศ
ทั้งที่ผลเลือกตั้ง ตามกติกาเอารัดเอาเปรียบ
ตัดสินทุกสิ่งอย่างทั้งในอดีต-ปัจจุบัน ชัดยิ่งกว่าชัดไม่ต้องอธิบายอะไรอีก

