“ธนาธร”ยันตั้งพรรค มี.ค.นี้ ลั่น ไม่ก้าวหน้า ไม่ทำ ยอมเสี่ยงเพื่อผู้ถูกกดขี่ ไม่ยอมจำนน (คลิป)

เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 3 มีนาคม ที่อุทยานการเรียนรู้ ทีเคพาร์ค (องค์การมหาชน) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหารไทยซัมมิทกรุ๊ป ให้สัมภาษณ์ ถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคการเมือง ร่วมกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล นักกฎหมายกลุ่มนิติราษฎร์ ว่า ความชัดเจนในการตั้งพรรคการเมือง ต้องรอดูครึ่งหลังของเดือนมีนาคมนี้ก่อน จึงจะมีความชัดเจนมากขึ้น เพราะขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการทำงาน และสถานการณ์เกี่ยวกับการตั้งพรรคนั้นถือว่าเร็วมาก แต่สิ่งหนึ่งที่บอกได้คือ ถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะต้องทวงคืนอนาคต ตนคิดว่าเราไม่สามารถปล่อยให้สังคมไทย อยู่ในความขัดแย้งเหมือนทุกวันนี้ได้ เพราะถ้านับตั้งแต่รัฐประหาร 2549 จนถึงวันนี้ ประเทศไทยอยู่ในความขัดแย้งมาแล้ว 12 ปี ซึ่งเราเห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพมากกว่านี้ สามารถไปได้ไกลกว่านี้ เพียงแต่ติดเงื่อนไขของความขัดแย้ง

“ดังนั้นเพื่อเปิดประตูสู่อนาคต เพื่อสิ่งใหม่ๆ เราจึงควรมีพรรคทางเลือกใหม่ ที่เป็นพลังของคนรุ่นใหม่จริงๆ อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า เป็นเรื่องหนักอยู่แล้ว ในการทำพรรคการเมือง แต่เราจะไม่ทำพรรคการเมืองให้เป็นพรรคเฉพาะกิจ เพราะถ้าทำอะไรที่น้อยกว่าการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย เราก็จะไม่ทำ” นายธนาธรกล่าว

เมื่อถามว่า การเปลี่ยนแปลงที่ว่าหมายถึงอะไร นายธนาธร กล่าวว่า เข้าใจว่า คสช.ห้ามพูดถึงนโยบายในเวลานี้ แต่เมื่อเราจะพูดถึงคนรุ่นใหม่นั้น ตนหมายถึงคนที่ไม่ยอมจำนน ต่อสถานการณ์ที่ไม่ปกติ คนที่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงมีความเป็นไปได้ และเชื่อว่า พลังของตัวเองสามารถเปลี่ยนแปลงสังคม ไปในทิศทางที่ดีได้ นั่นคือนิยามที่เหมาะสมสำหรับคนรุ่นใหม่

“คุณยังเชื่ออยู่หรือเปล่าว่า สังคมไทยมีศักยภาพ คุณเชื่อในศักยภาพของมนุษย์อยู่หรือเปล่า และยังเชื่ออยู่ไหมว่า เราในฐานะปัจเจกบุคคลนั้น มีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม ให้เป็นสังคมที่น่าอยู่กว่าทุกวันนี้ได้ เพราะผมเชื่อในพลังของมนุษย์ และในทางปฏิบัติถ้าเราไม่นำเสนอสิ่งที่ก้าวหน้า เราก็ไม่รู้จจะทำไปทำไม”

นายธนาธร กล่าวว่า ส่วนนาย ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีกระแสข่าวจะมาร่วมก่อตั้งพรรคนั้น ส่วนตัวรู้จักกับนายปิยบุตรมาหลายปีแล้ว แต่ความชัดเจนทั้งหมด จะมีขึ้นในครึ่งหลังของเดือนมีนาคมนี้ และการที่กกต.เปิดรับจองชื่อพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่า มีพรรคการเมืองใหม่ 42 พรรค ถามว่า เมื่อมองไปที่ 42 รายชื่อพรรคที่ปรากฎในข่าว เราสามารถชี้ให้เห็นได้หรือไม่ว่า มีพรรคการเมืองใดที่เป็นความหวังได้บ้าง เพราะถ้า 42 พรรคนั้น มองดูแล้วเป็นความหวังในอนาคตได้ ตนและนายปิยบุตร ก็อาจจะนอนอยู่บ้าน

เมื่อถามว่า คิดว่ามีอะไรบ้างที่เสี่ยงในการลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้ นายธนาธร กล่าวว่า “เพื่ออนาคตที่ดีกว่า มันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง ซึ่งอย่างแรกผมคงต้องสูญเสียความเป็นตัวเองไปเยอะ แน่นอนเรามีความฝันอย่างอื่นที่ไม่ใช่เรื่องการเมืองอย่างเดียว ซึ่งผมต้องสูญเสียความฝันนั้นไป แล้วในภาวะที่ในสังคมเกิดความขัดแย้งรุนแรง ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ก็อาจจะส่งผลมาถึงผม เพื่อนและครอบครัว นั่นคือสิ่งที่เรากลัว นอกจากนี้ถ้าเราเสนอสิ่งที่ก้าวหน้าไปไกลมาก มันก็อาจจะส่งผลมายังเสรีภาพและอิสรภาพของเราด้วย”

เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่ขณะนี้กระแสโซเชียลมีเดียให้การสนับสนุนค่อนข้างดี นายธนาธร กล่าวว่า ยังพูดอะไรไม่ได้มากตอนนี้ แต่ถ้าเกิดมีพรรคการเมือง มันจะไม่ใช่พรรคการเมืองของตน หรือของนายปิยบุตร ที่สำคัญจะไม่ใช่พรรคการเมืองนอมินีของใคร แต่เป็นพรรคการเมืองของประชาชน ที่อยากเห็นอนาคตใหม่ เป็นนอมินีของประชาชนที่ถูกกดขี่และริดรอนเสรีภาพไป ซึ่งถ้าเราจะเป็นนอมินี ก็จะเป็นนอมินีของคนกลุ่มนี้

เมื่อถามว่า การใช้นามสกุลจึงรุ่งเรืองกิจ จะเป็นการกดดันหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ในเรื่องนามสกุลนั้น ตนได้พิสูจน์มามากแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อคนไม่รู้จะโจมตีทางใด ก็จะใช้นามสกุลมาโจมตี และในการทำงานของให้ดูสิ่งที่พูดและทำ อย่าดูที่นามสกุล

เมื่อถามต่อว่า คนที่จะสนับสนุนพรรคการเมืองใหม่นี้ จะเป็นคนกลุ่มใด นายธนาธร กล่าวว่า ถ้าเราอยากจะเดินไปข้างหน้า อยากได้พลังทุกภาคส่วนของสังคม ดังนั้นผู้ที่จะสนับสุนก็คือพลังของคนที่ไม่ยอมจำนนต่อสภาวะการเช่นนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon