หน้าแรก การเมือง 42 กลุ่มแห่ตั...

42 กลุ่มแห่ตั้งพรรค ลุ้นไฟเขียว-แจ้งเกิด

4.03.18 | 09:05 น.

เริ่มนับหนึ่งเป็นวันแรก เมื่อวันศุกร์ที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา กกต.คิกออฟ เปิดให้กลุ่มการเมืองที่ประสงค์จะจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ เข้ามายื่นคำขอแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง

ทั้งนี้ เป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560
คำสั่งในข้อ 5 ที่ระบุว่า “เพื่อให้การจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่สามารถดําเนินการทางธุรการและมีโอกาสเตรียมการเพื่อเข้าสู่ช่วงเวลาการทํากิจกรรมทางการเมืองไปพร้อมกับพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นก่อนแล้ว ให้ผู้ที่ประสงค์จะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ดําเนินการตามหมวด 1 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2561 แต่การประชุมเพื่อยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองตามมาตรา 10 ต้องได้รับอนุญาตจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติและให้ดําเนินกิจกรรมได้เท่าที่ได้รับอนุญาตหรือตามเงื่อนไขที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติกําหนด”

แปลความได้ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2561 ผู้ประสงค์จะจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่สามารถดำเนินการทางธุรการได้ เช่น ต้องหาผู้ร่วมอุดมการณ์อย่างน้อย 500 คน, หาทุนประเดิม 1 ล้านบาท, เรียกประชุมผู้ก่อการ 250 คนเพื่อกำหนดชื่อพรรคและสัญลักษณ์ เลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิก และกรรมการบริหารพรรค

เงื่อนไขสำคัญคือ ในการจัดประชุมเพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรค ต้องได้รับอนุญาตจาก คสช.ก่อน

เพียงแค่วันแรกของการเปิดรับจองก็มีกลุ่มการเมืองตบเท้าเข้ายื่นจองชื่อพรรคกันอย่างคึกคัก รวมทั้งสิ้น 42 กลุ่ม

Advertisement

ประกอบด้วย 1.พรรคพลังชาติไทย 2.พรรคประชาไทย 3.พรรคพลังประชารัฐ 4.พรรคประชาชนปฏิรูป 5.พรรคสังคมประชาธิปไตยประชาชน 6.พรรคประชาชาติ 7.พรรคชาวนาไทย 8.พรรคพัฒนาไทย 9.พรรคเครือข่ายประชาชนไทย 10.พรรคเศรษฐกิจใหม่

11.พรรคพลังพลเมืองไทย 12.พรรคพลังธรรมใหม่ 13.พรรคไทยเอกภาพ 14.พรรคประชาภิวัฒน์ 15.พรรคสหประชาไทย 16.พรรคทางเลือกใหม่ 17.พรรคชาติพันธุ์ไทย 18.พรรครักษ์แผ่นดินไทย 19.พรรคแผ่นดินธรรม 20.พรรคเพื่อชาติไทย

21.พรรคกรีน 22. พรรคประชานิยม 23.พรรคพลังสยาม 24.พรรคสยามธิปัตย์ 25.พรรคของประชาชน 26.พรรคพลังอีสาน 27.พรรครวมใจไทย 28.พรรคไทยศรีวิไลย์ 29.พรรคประชามติ 30.พรรคพลังไทยยุคใหม่

31.พรรคไทยรุ่งเรือง 32. พรรคเพื่อสตรีไทย 33.พรรครากแก้วไทย 34.พรรคน้ำใจไทย 35.พรรคไทยเสรีประชาธิปไตย 36.พรรคฅนสร้างชาติ 37.พรรครวมไทยใหม่ 38.พรรคสามัญชน 39.พรรคสยามไทยแลนด์ 40.พรรคปฏิรูปประเทศไทย 41.พรรคเห็นแก่ตัว 42.พรรคภาคีเครือข่ายไทย

ที่น่าสนใจและเป็นที่น่าจับตา อาทิ กลุ่มพรรคพลังชาติไทยของ พล.ต.ทรงกลด ทิพยรัตน์ ขณะที่พรรคเพื่อชาติไทย ของ “เจ๊ยุ้ย” นางอัมพาพันธ์ ธนเดชสุนทร อดีตภรรยา “บิ๊กจ๊อด” พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และอดีตประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ก็ดูไม่ธรรมดา

พรรคของอดีต ส.ส. ได้แก่ กลุ่มพลังพลเมืองไทย ที่มีนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ และนายเอกพร รักความสุข เป็นแกนนำ

พรรคไทยศรีวิไลย์ มีนายมงคลกิตต์ สุขสินธรานนท์ และนายณัชพล สุพัฒนะ หรือมาร์ค พิทบูล เน็ตไอดอล เป็นแกนนำ

ที่มาแนวแปลก ได้แก่ พรรคเห็นแก่ตัวที่มี นายกริช ตรรกบุตร อดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ มายื่นจองชื่อในฐานะว่าที่หัวหน้าพรรค

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่กลุ่มการเมืองต่างๆ ได้มายื่นเอกสารแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองแล้วนั้น กระบวนการหลังจากนี้ทาง กกต.ก็จะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร

โดยเฉพาะคุณสมบัติของผู้แจ้งเตรียมการจัดตั้ง เนื่องจากว่าตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดคุณสมบัติไว้ค่อนข้างสูงกว่ากฎหมายเดิม

ดังนั้น กกต.จะนำรายชื่อของผู้แจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคไปตรวจสอบลักษณะต้องห้ามการเป็นสมาชิกพรรค กับ 9 หน่วยงาน ได้แก่ กกต. สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กรมราชทัณฑ์ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ศาลยุติธรรม

สำนักงานเลขาวุฒิสภา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ

ขั้นตอนนี้ ทาง กกต.จะดำเนินการตรวจสอบให้เสร็จภายใน 30 วัน ก่อนจะมีการออกใบหนังสือรับแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อให้กลุ่มการเมืองไปดำเนินการในเรื่องการหาผู้ร่วมจัดตั้งไม่น้อยกว่า 500 คน จัดประชุมผู้ร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 250 คน รวบรวมเงินทุนประเดิมไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท ทั้งหมดจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่ได้รับหนังสือรับแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง

ทว่าในขั้นตอนการหลังได้รับใบหนังสือรับแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง ต้องได้รับการอนุญาตจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสียก่อนจึงจะดำเนินการได้โดยกลุ่มการเมืองสามารถยื่นคำร้องที่สำนักงาน กกต. เพื่อใช้ในขั้นตอนการหาผู้ร่วมก่อตั้ง 500 คน และการจัดประชุมผู้ร่วมจัดตั้งพรรคการเมือง จะได้ไม่เกิดปัญหากระทำขัดต่อคำสั่ง คสช. ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน หรือเคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมือง โดยในใบที่ยื่นขออนุญาตนั้นจะต้องระบุประเภทกิจกรรม ห่วงเวลา สถานที่ จำนวนผู้เข้าร่วมโดยประมาณและผู้รับผิดชอบจัดกิจกรรมในแต่ละครั้งด้วย

นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.รับผิดชอบงานด้านพรรคการเมือง อธิบายขั้นตอนการยื่นขอจัดตั้งพรรคการเมืองว่า สำหรับกระบวนการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง แม้ตามกฎหมายจะไม่มีระยะเวลากำหนดว่า กกต.จะต้องดำเนินการตรวจสอบให้เสร็จภายในเวลาเท่าใด แต่ กกต.จะพยายามดำเนินการให้เสร็จภายใน 1 เดือน ส่วนตัวไม่มีความกังวลหรือหนักใจอะไร กกต.พยายามทำเต็มที่และพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มการเมือง เนื่องจากกฎหมายใหม่มีความละเอียด มีความซับซ้อน

“อย่างไรก็ตาม สำหรับวันแรกที่มีการเปิดให้กลุ่มการเมืองเข้ามาจองชื่อพรรค ถือว่าได้รับการตอบรับดี มีกลุ่มการเมื่องที่สนใจเข้ามายื่นขอตั้งพรรคจำนวนมาก แต่ กกต.ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติต่างๆ ตามระเบียบและข้อกฎหมาย ยังไม่รู้ว่าจะได้เป็นพรรคจริงๆ แค่ไหน ยังระบุไม่ได้ แต่ปัจจุบันพรรคการเมืองที่จดทะเบียนถูกต้องกับ กกต.มีจำนวน 69 พรรคการเมืองที่ยังคงดำเนินการอยู่ ก่อนหน้านั้นเคยมีมากถึงเป็น 100 พรรคการเมือง” รองเลขาธิการ กกต.ระบุ

รองเลขาธิการ กกต.รับผิดชอบงานด้านพรรคการเมือง ชี้แจงด้วยว่าในวันที่ 28 มีนาคม กกต.จะนัดพรรคการเมืองเดิมมาชี้แจงทำความเข้าใจด้วยกัน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การดำเนินการกิจกรรมพรรคการเมือง 2. การเงินของพรรคค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง และ3.การจัดทำไพรมารีโหวต เป็นต้น ในการปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ที่กำหนดให้พรรคการเมืองเดิม สามารถปรับระบบสมาชิกพรรคได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 ตามกรอบเวลา 30 วัน ส่วนการจัดประชุมเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค แต่ละพรรคจะต้องยื่นขออนุญาตจาก คสช.ก่อน

ส่วนพรรคไหนจะผ่านด่านการจดทะเบียนรับรอง เป็นพรรคการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายได้กี่พรรค เพื่อลงสนามสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป ตามโรดแมปของ คสช. คือ ช่วงก่อนเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ต้องลุ้นกันในขั้นตอนต่อไป