เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตามที่มีการทุจริตอย่างกว้างขวางของโครงการช่วยเหลือคนจน เงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ถูกนักศึกษาฝึกงานจับได้และเป็นผู้เปิดประเด็น จนทำท่าจะลุกลามกลายเป็นการโกงขนานใหญ่ไปเป็นสิบๆจังหวัดและอาจลามไปทั่วประเทศแล้ว หรือจับตรงไหนก็เจอ เหมือนที่ นายวิษณุ เครืองาน รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับ เป็นการตอกย้ำการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดในรัฐบาลนี้ และตรวจสอบไม่ได้ ซึ่งอาจจะมีการทุจริตมากว่า 3 ปีแล้วก็ได้ แม้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะย้ายปลัดกระทรวงและรองปลัดฯ แล้ว ก็ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลจะปัดความรับผิดชอบได้ เพราะรัฐบาลปล่อยให้เกิดการทุจริตขนานใหญ่แบบนี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะเป็นการเบียดเบียนคนยากไร้ที่กำลังลำบากซึ่งไม่มีปากมีเสียง ขนาดคนจนยังปล่อยให้ถูกโกง
“รัฐบาลต้องแสดงความรับชอบที่ปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ และสังคมไม่เชื่อว่าถ้าโกงกันขนาดนี้คนในรัฐบาลจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย จะมาตัดตอนแค่ปลัดกระทรวงคงเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยก็แสดงถึงความด้อยประสิทธิภาพในการบริหารราชการจึงทำให้เกิดการโกงได้ขนาดนี้ ทั้งนี้ขนาดโครงการช่วยคนจนยังปล่อยให้มีการโกง แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่า โครงการไทยนิยมที่อาจจะต้องใช้เงินเป็นแสนล้านบาท และ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากที่ต้องใช้เงินหลายแสนล้านบาท จะไม่มีการโกง และเมื่อมีการโกงก็จะโยนให้ข้าราชการรับผิดชอบไปใช่หรือไม่ ทั้งที่เงินคอร์รัปชั่นตกไปอยู่ในกระเป๋าใคร ประชาชนทั้งประเทศน่าจะทราบกันดี ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลเริ่มพบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นปัญหามากยิ่งขึ้น ยิ่งนานยิ่งพบมากขึ้น ซึ่งทำให้ประชาชนทราบแล้วว่ารัฐบาลที่ตรวจสอบไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าจะไม่ทุจริต แต่อาจจะทุจริตมากกว่าทุกรัฐบาลด้วยซ้ำ” นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวว่า อยากถามประชาชนว่าการปฏิวัติเป็นการคอรัปชั่นของอำนาจหรือไม่ ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยเสียหายและเสียโอกาศทางเศรษฐกิจมาตลอดเกือบ 4 ปีแล้ว

