เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)กล่าวถึงกระแสหลังวันเปิดจับจองชื่อพรรคการเมืองใหม่ หลายพรรคแสดงจุดยืนว่า จะหนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าไม่ผิด เพราะเป็นการแสดงเจตน์จำนงของผู้ก่อตั้งพรรค แต่หากมีการเลือกตั้งจริง ที่จะประกาศเป็นทางการได้ จะมีเพียงแค่พรรคเดียวเท่านั้นแต่พอไปดูพาดหัวของสื่อบางสำนักระบุว่า กกต.ไฟเขียวพรรคการเมืองชูบิ๊กตู่เป็นนายกฯเห็นแล้วอาจทำให้เข้าใจผิดได้ว่ากกต.เอนเอียงไปยังผู้มีอำนาจ จึงขอชี้แจงว่า มาตรา 88 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ระบุว่าในการเลือกตั้งทั่วไป ให้พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแจ้งรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคการเมืองนั้นมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 รายชื่อ และมาตรา 89 ระบุว่า การเสนอชื่อต้องมีหนังสือยินยอม และไม่เคยทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองอื่น แปลเป็นภาษาชาวบ้านว่า หากพลเอกประยุทธ์ จะอยู่ใน 1 ใน 3 ชื่อที่พรรคการเมืองจะเสนอให้เป็นายกรัฐมนตรี ก็เสนอได้แค่พรรคเดียว โดยเจ้าตัวต้องยินยอม
“วันนี้พรรคไหนจะบอกว่าจะชูพล.อ.ประยุทธ์ก็คงไม่ผิดอะไร เป็นการเรียกเรตติ้งกันไป แต่พรรคที่จะเสนอเป็นทางการจะมีได้พรรคเดียว พล.อ.ประยุทธ์คงต้องตัดสินใจให้ดี และควรเลือกพรรคที่น่าจะได้ ส.ส.ในสภา ไม่น้อยกว่า 25 คน เพราะเป็นเงื่อนไขในการเสนอชื่อเข้าแข่งขันลงคะแนนด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสองสภารวมกัน”นายสมชัยกล่าว และว่า เลือกถูกพรรค วางแผนดี มีแนวร่วม ได้ 375 เสียงขึ้นไป ก็โหวตจบในรอบเดียว เลือกผิดพรรค หรือ ไม่เลือก ก็ต้องรอให้เขาโหวตไม่ได้ในรอบแรกแล้วค่อยรอเป็นนายกคนนอกบัญชี

