“สุเทพ” กั๊ก ไม่ได้พูดจะตั้งพรรคการเมือง โยนถาม “น้องชาย” เอง แย้มถ้า ปชช.ต้องการให้ทำงานก็พร้อมช่วยเพราะมีความสัดทัดเรื่องนี้ ยันยังให้ความไว้วางใจ “บิ๊กตู่”เป็นนายกฯต่อ
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และอดีตเลขาธิการ กปปส.ได้กล่าวถึงกรณีนายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ น้องชาย ระบุว่าจะมีการจัดตั้งพรรคมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (มปท.) ว่า นายธานีเป็นนักการเมืองและประชาชนคนหนึ่ง ไม่ควรเหมาว่าการที่นายธานีพูดอะไรออกมาจะเป็นการพูดหรือออกมาจากใจของตน เพราะนายธานีก็มีความคิดส่วนตัวต่างหากที่อยากจะทำ ไม่ใช่ความผิดอะไร และตนไม่ใช่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่จะต้องมามีนอมินีหรือตัวแทน เพราะฉะนั้นสิ่งที่นายธานีพูดก็เป็นความคิดของนายธานี เช่นเดียวกับประชาชนคนอื่นที่อาจมีความคิดเหมือนหรือต่างจากนายธานีก็ได้ จึงไม่มีเหตุที่นายธานีต้องมาปรึกษาตน แต่ส่วนตัวแล้วไม่ได้ปฏิเสธหน้าที่ในฐานะประชาชน ที่มีอิสระเสรีในความคิดเหมือนกับประชาชน และมีใจพร้อม ถ้าประชาชนมีความตั้งใจกันจริงๆ ก็จะรับใช้ประชาชน ตามกำลังความสามารถและประสบการณ์ที่มี
“ได้พูดจาชัดเจนต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเป็นสัจจะวาจาแล้วว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จะไม่รับตำแหน่งหน้าที่ในทางการเมืองใดๆ และจะไม่เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น โดยจะวางบทบาทตัวเองในฐานะเป็นคนที่ทำงานรับใช้ประชาชน ส่วน กปปส.นั้น เป็นการชุมนุมต่อสู้คัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ต่อต้านระบอบทักษิณ ต่อสู้เพื่อคัดค้านการเลือกตั้งโดยที่ไม่มีการปฏิรูปประเทศ ต่อสู้เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศ และขณะนี้ กปปส.จบลงไปแล้วตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 ดังนั้น กปปส. จึงไม่ใช่องค์กรถาวร เมื่อเสร็จภารกิจ พี่น้องประชาชนที่มาร่วมต่อสู้ต่างก็กลับไปสู่ที่ตั้งเดิมของตัวเอง รวมถึงนักการเมืองก็กลับไปที่พรรคการเมืองของตัวเอง ที่ต้องย้ำเรื่องต่างๆ เหล่านี้เพราะมีคนไปวิพากษ์วิจารณ์ว่า กปปส.อาจจะตั้งพรรคการเมือง แต่บรรดาแกนนำกลับเมินไม่เอาด้วยนั้นไม่ใช่ความจริง เพราะได้ตกลงกันแล้วว่าบรรดาบุคคลที่เป็นนักการเมือง มาจากพรรคการเมืองไหนก็กลับพรรคการเมืองของตัวเอง ส่วนผมก็ได้ประกาศลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ตัดสินใจออกมาต่อสู้กับประชาชน และจะไม่กลับไปพรรคประชาธิปัตย์อีกแล้ว” นายสุเทพกล่าว
นายสุเทพกล่าวต่อว่า การที่บอกว่า กปปส.จะจัดตั้งพรรคการเมืองนั้น กปปส.ไม่ได้จัดตั้งพรรคการเมือง เพราะจบภารกิจไปแล้ว แต่การตั้งพรรคการเมืองเป็นเรื่องของประชาชน ซึ่งมีการจัดตั้งหลายพรรคก็เป็นเรื่องปกติ ส่วนประชาชนที่มีแนวความคิดสืบทอดเจตนารมณ์ กปปส.อาจมีแนวคิดจะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาก็ได้ ส่วนตนนั้นจะดูว่าประชาชนทั้งหลายคิดอย่างไร ซึ่งตนก็มีความคิดของตน แต่ไม่ต้องการออกมาชี้นำ เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนจะคิดอ่านหรือดำเนินการกันเอง ส่วนถึงเวลาที่ตนจะตัดสินใจอย่างไรนั้น ก็จะดูจากสถานการณ์และความตั้งใจของพี่น้องประชาชนเหล่านั้นเป็นหลัก
เมื่อถามว่านายสุเทพจะไปเป็นสมาชิกพรรคมวลมหาประชาชนฯ หรือพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า จากกระแสข่าวที่ออกไป ไม่มีใครมาถามกับตนโดยตรง และจะเป็นสมาชิกได้อย่างไร เพราะยังไม่มีการตั้งพรรค แต่หากมีประชาชนมาชวนหรือมาคุยด้วย ก็พร้อมให้ข้อแนะนำความคิดหรือประสบการณ์ ส่วนจะไปเป็นสมาชิกหรือไม่นั้นขอย้ำว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน แต่การจะไปเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดก็เป็นสิทธิของประชาชนโดยทั่วไปอยู่แล้ว เมื่อใดที่ประชาชนที่ตนเองเชื่อถือศรัทธา ประกาศว่าจะตั้งพรรคการเมืองของประชาชนเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติให้เห็นประจักษ์ ก็จะไปร่วมและไปช่วย เพราะตนมีความสันทัดในเรื่องนี้ เพราะเป็นนักการเมืองมากว่า 40 ปี และคิดว่าทำประโยชน์ให้ประชาชนได้
ต่อข้อถามว่า อาจจะจัดตั้งพรรคหรือสนับสนุนพรรคการเมืองที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกครั้ง นายสุเทพกล่าวว่า ตนทำการเมืองไม่ได้ทำเพื่อตัวบุคคล และคิดว่าประชาชนที่จะทำพรรคการเมือง ต้องมุ่งมั่นที่จะทำพรรคการเมืองเพื่อประเทศชาติ เพื่อประเทศไทย แต่โดยส่วนตัวในวันนี้ประกาศชัดเจนว่า ยังไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกฯของประเทศไทย แล้วยังคาดหวังว่าจะแก้ปัญหาประเทศได้ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นได้ ส่วนพรรคการเมืองที่ประชาชนจะตั้งขึ้น จะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่นั้น ก็ต้องรอให้มีการจัดตั้งพรรคก่อน ส่วนที่หลายพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้น ส่งสัญญาณว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็เป็นสิทธิของพรรคการเมืองนั้นๆ

