‘คณิน’ชี้ 250 ส.ว.ลากตั้ง จะทำให้เกิดเผด็จการสองหน้า นายกฯคนนอกยังจะถูกกดดัน

28.03.16 | 15:18 น.

“คณิน” ชี้ ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน จะทำให้เกิด “เผด็จการสองหน้า” คือเผด็จการทั้งในและนอกสภา

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร. ปี 40 ในฐานะ ประธานคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีร่างรัฐธรรมนูญฉบับกรธ. และบทเฉพาะกาลให้ คสช. แต่งตั้ง ส.ว. จำนวน 250 คน และให้อยู่ในตำแหน่ง 5 ปี ว่า ส.ว.แต่งตั้ง จำนวน 250 คน ดังกล่าวเมื่อบวกกับ ส.ส.อีกจำนวนกึ่งหนึ่ง คือ 250 รวมเป็น 500 คน และมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนนอก ก็จะทำให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งกลายเป็น เผด็จการสองหน้า กล่าวคือ เป็นทั้งเผด็จการรัฐสภา เหตุเพราะสามารถควบคุมรัฐสภา และการบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และเผด็จการนอกสภา เหตุเพราะได้รับการโอบอุ้มทั้งจากกองทัพ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ จึงเป็นการล่อแหลมและหมิ่นเหม่อย่างยิ่งที่จะมีผู้นำสไตล์ฮิตเลอร์หรือมุสโสลินี ที่จะพาประเทศไทยเข้ารกเข้าพง ทำเศรษฐกิจของประเทศพังทลายหรือแม้แต่จะนำประเทศเข้าสู่สงครามกับนานาชาติ ในทางกลับกัน โอกาสที่รัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีเป็น ส.ส.แทบจะเป็นไปไม่ได้ หรือถึงเป็นไปได้ก็จะอยู่รอดได้ไม่ถึง 3 เดือน เหตุเพราะจะถูกทั้ง ส.ว.แต่งตั้ง ส.ส.ฝ่ายค้าน คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ รุมกันถล่มจนแทบไม่มีเวลาหายใจ

นายคณิน กล่าวว่า นายกฯคนนอกจะถูกขี่คอโดย บรรดาส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ประเภท เสือ สิงห์ กระทิง แรด และ ส.ว.ประเภทเขี้ยวลากดิน เพื่อกดดันต่อรองและเคี่ยวเข็ญเอาประโยชน์ในทางมิชอบจนทนไม่ไหว ต้องปฏิวัติตัวเองเหมือนอย่างที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม และจอมพลถนอม กิตติขจร เคยโดนและเคยทำมาแล้ว นอกจากนี้ ยังจะมีศาลรัฐธรรมนูญ และบรรดาองค์กรอิสระ ประเภทหัวหมอ ที่จะเป็นเครื่องมือในการกระทุ้งทิ่มตำรัฐบาลในเรื่องจุกจิกหยุมหยิมได้ตลอดเวลา จนทำให้รัฐบาลต้องปรับ ครม.บ่อยๆ รัฐบาลจะถูกศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเล่นงานได้เกือบจะทุกเรื่อง เพราะในทางการเมืองนั้น อะไรที่ว่าเป็นของตายย่อมดิ้นได้เสมอ เมื่อมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

นายคณิน กล่าวว่า ดังนั้น รัฐบาลที่มีนายกฯเป็นคนนอก โดยมี ส.ว. และกองทัพ เป็นฐานสนับสนุนที่สำคัญนั้น ถึงแม้จะเป็นรัฐบาลเผด็จการที่เข้มแข็งและมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็จริง แต่ก็จะมีความเปราะบางอยู่ในตัว เหตุเพราะไม่มีการสนับสนุนของประชาชนในระดับรากหญ้าเลย และเมื่อทรัพยากรและผลประโยชน์ต่างๆ ถูกแบ่งปันกันเฉพาะในระหว่างบรรดากลุ่มนักการเมืองประเภทแต่งตั้ง ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งต้องพึ่ง ส.ส.ที่ไม่มีอำนาจหรืออิทธิพลใดๆ ที่จะไปต่อรองอะไรกับใครได้ จึงขาดการเหลียวแล ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และได้รับจัดสรรผลประโยชน์และทรัพยากรที่เป็นธรรม จึงไม่สามารถอดทนอยู่นิ่งเฉยได้ ต้องลุกขึ้นมาทวงความเป็นธรรมและเรียกร้องในสิ่งที่ขาดหายไป จนกระทั่งเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างประชาชนกับรัฐบาล ดังนั้น รัฐบาลเผด็จการหลังการเลือกตั้งตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับกรธ. จึงเป็นรัฐบาลที่แข็งแต่เปราะ หมิ่นเหม่และล่อแหลมต่อการที่จะนำประเทศไปสู่ความล่มสลายได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านซึ่งไม่มีใครบอกได้ว่าจะเป็นเมื่อใด และเมื่อถึงเวลานั้นเข้าจริงๆ แน่ใจหรือว่ารัฐบาลเผด็จการที่ไม่มีฐานประชาชนรองรับ ไม่เคยมีส่วนร่วมเลยตั้งแต่เริ่มต้นร่างรัฐธรรมนูญ จะเอาอยู่