คตร.แจงผลการประชุม ชี้นายกฯสั่งการแก้ปัญหาทุจริตตามหลักธรรมาภิบาล
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 28 มีนาคม ทำเนียบรัฐบาล คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) นำโดย พล.อ.ชาตอุดม ติตถะสิริ ประธานกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คตช. นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และ ส.ต.ต.ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักฟุตบอลในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ร่วมแถลงข่าว ด้าน พล.อ.ชาตอุดมกล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการให้การปราบปรามการทุจริตเป็นไปอย่างจริงจัง ต้องนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ ทั้งนี้ต้องการสร้างการรับรู้อย่างกว้างขวางให้ประชาชนรับทราบ โดยการนำเรื่องนี้เข้าสู่ระบบการศึกษาไทยโดยการจัดระบบหลักสูตรในเวลาเรียน พร้อมกันนี้ต้องการขอความร่วมมือไปยังผู้ให้บริการแต่ละช่องสถานีเพื่อประชาสัมพันธ์เรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ต้องการให้เร่งรัดระบบกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการเปิดเผยราคากลางโดยกรมบัญชีกลางในการประมูล จัดซื้อจัดจ้างระบบราชการให้ประชาชนรับทราบผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อความโปร่งใสตรวจสอบได้
นายประยงค์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่าการแก้ปัญหาการทุจริตต้องให้เกิดธรรมาภิบาลจริงจัง คือ ต้องเน้นการป้องกัน เพราะการปราบปรามคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ดังนั้นหากมีการข้อสงสัยอะไรไม่อยู่ในกรอบธรรมาภิบาล ส่อทุจริต ให้แจ้งต้นสังกัดดำเนินการทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้ทุจริตก่อน โดยในระหว่างดำเนินการอย่าให้โครงการหยุดชะงัก ส่วนการใช้มาตรการปกครองทางวินัย มติเดิมให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านทุจริตประจำกระทรวง (ศปท.) 35 แห่ง หากมีหนังสือร้องเรียนอย่างไรให้รายงานมาที่ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) แต่ปรากฏว่ามีรายงานมาเพียง 30 แห่ง อีก 5 แห่งไม่รายงาน นายกฯจึงได้ให้ไปดำเนินการติดตามตรงนี้ ซึ่งที่มีการรายงานมานั้นอยู่ระหว่างดำเนินการ 894 เรื่อง ดำเนินการทางวินัยไปแล้ว 71 เรื่อง ยุติเรื่องแล้ว 56 เรื่อง ระหว่างดำเนินการ 755 เรื่อง ยังไม่ดำเนินการอีก 12 เรื่อง
นายประยงค์กล่าวว่า ที่ผ่านมา ศปท.เราไม่มีกำลังอัตราทำงาน นายกฯจึงสั่งการให้ ศอตช.ไปศึกษาแนวทางแก้ไขตรงนี้มา เพื่อให้งานเดินได้เร็ว และดูเรื่องความก้าวหน้าของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้นายกฯได้ถามเรื่องศูนย์รับเรื่องร้องเรียนจากรัฐมนตรีต่างชาติว่ามีการดำเนินการอย่างไร โดย ป.ป.ท.เราได้รายงานว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีการประสานไปยังสถานทูตในประเทศอาเซียน 10 ประเทศและมีการประสานกลับมาแล้ว 6 ประเทศ ซึ่งมีความพึงพอใจในการแก้ไขการทุจริตของเรา และคาดว่าต่อไปในระดับเจ้าหน้าที่จะมีการทำงานร่วมกันในระยะยาว
นายประยงค์กล่าวว่า นอกจากนี้ ในส่วนคดีทุจริตที่ค้างอยู่นั้นให้รีบตรวจสอบว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะในกรณีเจ้าหน้าที่ละเลยจนทำให้คดีหมดอายุความ เกิดจากอะไร แก้ไขอย่างไร สุดท้ายนายกฯได้สั่งการในเรื่องการดำเนินงานของ คตร. เพราะเราสั่งการไปหลายเรื่อง แต่มีบางเรื่องคืบหน้า บางเรื่องไม่คืบ จึงมีการตั้งอนุกรรมการติดตามและกระตุ้นการทำงาน ทั้งนี้ รมว.ยุติธรรมยังได้ดำเนินการให้นัดปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ด้าน ส.ต.ต.ชนาธิปกล่าวว่า ในฐานะที่เป็นไอดอลของประชาชนและแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ การมาทำหน้าที่ตรงนี้เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ประชาชน และเราในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่เราต้องเป็นแบบอย่างที่ดี เด็ก เยาวชนจะได้ทำตาม เพื่อไม่ให้มีการโกงในประเทศ โดยเรื่องนี้จะหมดไปได้ เราต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อน และหากมีการโกงต้องแฉให้คนรับรู้ เพื่อไม่ให้มีใครกล้าโกง

