‘ทนาย’ ชี้ ‘ทักษิณ’ ไม่ต่อสู้คดี เหตุค้านแก้กม.พิจารณาคดีลับหลัง มองปมค่าสัมปทานคลังได้ประโยชน์-รัฐไม่เสียหาย

7.03.18 | 08:44 น.

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายวีรภัทร ศรีไชยา หนึ่งในคณะทนายความคดี ยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวที่ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ยกคดีแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิตขึ้นพิจารณาและออกหมายจับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานกรณีแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิตนั้น ตนได้รับทราบจากคนสนิทของ นายทักษิณว่า ท่านไม่เห็นด้วยกับกรณีที่มีการแก้กฎหมายให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ และเป็นกฎหมายย้อนหลังอันขัดหลักนิติธรรมสากล ซึ่งท่านได้จบปริญญาเอกทางด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จึงขอคัดค้านความไม่ยุติธรรมทุกรูปแบบ กรณีการแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิตนั้น รัฐไม่ได้เสียหาย บริษัทก็ไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เนื่องจากบริษัทต้องจ่ายค่าตอบแทนเท่าเดิมโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งจ่ายเป็นภาษีสรรพสามิต อีกส่วนหนึ่งจ่ายให้กับบริษัทรัฐวิสาหกิจซึ่งรัฐเป็นเจ้าของ การจ่ายแบบนี้ทำให้รัฐได้เงินมาแก้ปัญหาประเทศเร็วขึ้น ไม่ต้องรอปันผลจากรัฐวิสาหกิจ ซึ่งอาจนำไปลงทุนผิดพลาดก็ได้ บริษัทต้องจ่ายเงินให้รัฐเร็วขึ้นกว่าเดิมน่าจะเสียประโยชน์มากกว่าได้ประโยชน์ เปรียบเสมือนว่าเอาเงินเดิมใส่กระเป๋ารัฐข้างหนึ่งมาใส่กระเป๋าสองข้างด้วยจำนวนเงินเดิมไม่มีความเสียหายใดเกิดขึ้นเลย

นายวีรภัทร กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่า เมื่อคดีอยู่ในกระบวนการพิจารณาคดีของศาลแล้ว เชื่อว่าศาลคงจะได้พิจารณาตรวจสอบว่า กรณีการแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต เมื่อกระทรวงการคลังได้รับประโยชน์ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว จะก่อเกิดความเสียหายแก่รัฐตามฟ้องของอัยการสูงสุดหรือไม่ ตนจะได้ติดตามผลของคดีนี้ต่อไป