“อรรถวิชช์” เตือน “อธิบดีกรมศุลกากร” คิดก่อนทำ หลังออกคำสั่ง การปฏิบัติพิธีการศุลกากรของติดตัวผู้โดยสารฯ เข้มกฎพกกล้องถ่ายรูปเที่ยวต่างประเทศต้องแจ้งก่อน
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร ออกประกาศกรมศุลกากรที่ 60/2561 เรื่อง การปฏิบัติพิธีการศุลกากรของติดตัวผู้โดยสาร ที่นำติดตัวเข้ามาหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมกับตนทางท่าอากาศยานว่า ปกติขั้นตอนคือต่อคิวเช็กอินออกตั๋วโดยสาร แสดงหนังสือเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ตรวจค้นสัมภาระตามมาตรฐานรักษาความปลอดภัย แต่ประกาศกรมศุลกากรที่ 60/2561 ได้เพิ่มขั้นตอนที่จะเป็นภาระให้กับคนไทยอีก คือ ถ้าเราจะเอาของใช้ส่วนตัวไปใช้ต่างประเทศ เช่น นาฬิกา กล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ คอมพิวเตอร์พกพา จะต้องแจ้งกับพนักงานศุลกากร ที่ห้องทำการศุลกากรบริเวณห้องผู้โดยสารขาออกก่อน โดยต้องแสดงของที่จะเอาไป แสดงเครื่องหมาย เลขหมาย (Serial number) แล้วยังจะต้องถ่ายภาพสิ่งของที่เราจะเอาไปอีก 2 ชุดให้กับพนักงานศุลกากร เพื่อออกหลักฐานที่เรียกว่า “ใบรับแจ้งของมีค่าที่ผู้โดยสารนำติดตัวออกไป” เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันตอนเดินทางกลับมาประเทศไทย ว่าของที่เราเอาติดตัวไปเป็นของที่เราใช้และเป็นเจ้าของตั้งแต่ก่อนออกเดินทางอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียอากร
“ทีนี้ขากลับเข้าประเทศ ปกติจะมีการตรวจสัมภาระ 2 ช่องทาง คือกรณีสิ่งของต้องเสียอากร ให้เข้า “ช่องแดง” ที่เขียนว่า “มีของต้องสำแดง” โดยจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด แต่หากไม่มีสิ่งของที่เข้าข่ายให้ตรวจสอบให้เข้า “ช่องเขียว” ที่เขียนว่า “ไม่มีของต้องสำแดง” ซึ่งจะสุ่มตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารบางคน ปกติคนส่วนใหญ่ก็จะเข้าช่องเขียวกันหมด ซึ่งเชื่อว่าจากนี้ไปหลายคนจะต้องเดินเข้าช่องแดงกรณีถ้าเราไม่แจ้งยืนยันสิ่งของที่เราเอาติดตัวไปนอกประเทศ เพราะคิดว่าเป็นสิ่งของที่ใช้ตามปกติอยู่แล้วจึงไม่แจ้งสำเนารูปภาพก่อนออกนอกประเทศ ขากลับเข้าประเทศไทย เมื่อเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรตรวจพบโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน กล้องถ่ายรูป แท็บเล็ต ที่เราพกไปด้วย รวมทุกอย่างแล้วมูลค่าเกิน 20,000 บาท ซึ่งไม่มีใบรับแจ้งว่าเป็นสิ่งของที่เรานำติดตัว ผลคือ ถ้าเดินเข้าช่องเขียว เราจะโดนปรับและแถมถูกดำเนินคดีอาญา แต่ถ้าเดินเข้าช่องแดง เจ้าหน้าที่จะมีดุลพินิจตัดสินว่าไอโฟน กล้อง นาฬิกาของเราที่ไม่ได้แจ้งสำเนารูปถ่ายไว้ก่อนตอนออกนอกประเทศเนี่ยควรเสียภาษีหรือไม่ เพราะให้แจ้งแล้วไม่แจ้งก็เข้าข่ายต้องสงสัย เจ้าหน้าที่สามารถประเมินภาษีใหม่ให้เราชำระที่จุดตรวจได้ โดยชำระเป็นเงินสด หรือจะรูดจ่ายผ่านบัตรเครดิตก็ได้ ผมขอฝากท่านอธิบดีกรมศุลกากรด้วยว่า จะออกกฎใหม่ทั้งที ทำไมยังฝืนธรรมชาติ ทำให้ทุกคนเข้าข่ายผิดได้หมด โดยมีเจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจตัดสินชี้ถูกผิด แบบนี้ไม่ควร โปรดเอาใจเค้า มาใส่ใจเราก่อนมีคำสั่งกับประชาชน” นายอรรถวิชช์กล่าว

