มีความแจ่มชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับจากพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่า ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหม่
แจ่มชัดต่อตำแหน่ง”นายกรัฐมนตรี”
พรรคใหม่อย่าง พรรคประชาชนปฏิรูป พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคพลังชาติไทย ประกาศตรงไปตรงมาว่าสนับสนุน พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
นั่นก็คือ เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจโดย”คสช.”
พรรคเก่าอย่าง พรรคเพื่อไทย ประกาศตั้งแต่ต้นว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แน่นอน พรรคประชาธิปัตย์ ก็ยืนยันหลักการไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ยิ่งใกล้เดือนกุมภาพันธ์ 2562 ท่าทีเช่นนี้จะยิ่งมีความสำคัญจะยิ่งมีความหมาย
บทบัญญัติของ “รัฐธรรมนูญ” และข้อจำกัดอันเนื่องแต่กฎหมายลูก ประกอบ”รัฐธรรมนูญ”จะยิ่งทำให้กรอบของการหาเสียงแคบลงเป็นลำดับ
แคบลงกระทั่งในที่สุดจะนำไปสู่คำถามต่อประชาชน
คำถาม 1 คือ มีความเห็นอย่างไรกับรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
คำถามนี้สำคัญและทรงความหมาย
เพราะจะโยงไปยังอีกคำถาม 1 ซึ่งมีความแหลมคมอย่างที่สุดในการเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2562
นั่นก็คือ จะเอานายกรัฐมนตรี”คนนอก” หรือไม่เอา
ความหมายอย่างตรงตัวก็คือ จะเอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือจะไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
คำถามนี้ท้าทายอย่างยิ่งในทางการเมือง
เวลาที่เหลืออยู่จากเดือนมีนาคม 2561 กระทั่งถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จะยิ่งทำให้คำถามเหล่านี้มากด้วยความร้อนแรง
คสช.จะกลายเป็น “ตำบลกระสุนตก”
เพราะว่าการจะได้สืบทอดอำนาจ หรือจะไม่ได้สืบทอดอำ นาจขึ้นอยู่กับผลงานและความสามารถของคสช.และคะแนนนิยม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ระยะเวลาที่เหลืออีก 1 ปีจะสามารถพลิกฟื้นสภาวะ”ขาลง”ให้กลายเป็น “ขาขึ้น”ในทางการเมืองได้หรือไม่ จึงมีความสำคัญ
แรงเสียดทานจะเกิดขึ้นในท่ามกลางการหาเสียง

