“ชูศักดิ์” ชี้ หากมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญหลังสนช.โหวตผ่านกม.ลูก 2 ฉบับ ก็คงแปลได้ว่าต้องการยื้อเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหากหลังจากนี้สนช.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่า ตามที่สนช.ได้ผ่านกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. จากข้อเสนอของกรรมาธิการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำขึ้นทูลเกล้าเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศใช้เป็นกฎหมาย และหากเป็นเช่นนั้นแสดงว่ากฎหมายที่จำเป็นต่อการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับตราขึ้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน จากการแถลงของสนช.เอง เข้าใจได้ว่าคงไม่มี สนช.คนใดที่จะเข้าชื่อกันเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความปัญหาบางประเด็นว่า มีบทบัญญัติบางมาตราขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้มีหลักประกันอะไรแน่นอนว่า จะไม่มีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ตนเองมองว่า หากมีการยื่นตีความก็คงตีความได้ว่า ยังคงมีกระบวนการที่จะยื้อการเลือกตั้งออกไปอีก
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาสำคัญในเรื่องนี้มีอยู่อีกว่า หากกฎหมายทั้ง 2 ฉบับมีผล โดยเฉพาะกฎหมายเลือกตั้งส.ส. คำสั่งคสช. ที่ 53/2560 ข้อ 8 กำหนดให้ปลดล็อคทางการเมือง และหารือร่วมกันเพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง คำสั่งข้อที่ 8 ใช้คำว่า เมื่อกฎหมายได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่ากฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. จะมีผลใช้บังคับเมื่อ 90 วัน นับแต่ประกาศในราชกิจนานุเบกษา ถ้านับแต่วันประกาศก็สามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายในปี 2561 แต่ถ้านับแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับก็ตกราวต้นปี 2562 ดังที่รัฐบาลแถลงให้ทราบ คงมีข้อโต้แย้งว่า สามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายในปี 2561 ถ้ายึดถือถ้อยคำตามข้อ 8 ของคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560

