หน้าแรก การเมือง พิชัย ชี้ไทยเ...

พิชัย ชี้ไทยเสียโอกาสไม่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมานาน แถมงบทหารเพิ่มจนถ่วงการพัฒนา

11.03.18 | 14:48 น.

“พิชัย” ชี้ไทยมีปัญหาใช้งบประมาณไม่สอดคล้องกับอนาคตประเทศ อัดงบกลาโหมเพิ่มมากเกินถ่วงการพัฒนา

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในการบรรยายให้นักศึกษาปริญญาเอกของ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในหัวข้อ “ปัญหาการคลังและงบประมาณไทย” ว่า ประเทศไทย แม้จะมีความมั่นคงทางการคลังสูง แต่ก็มีปัญหาในหลายด้าน โดยเฉพาะการที่ไทยได้ดุลการค้ามาหลายปีติดกันจนมีเงินทุนสำรองในปริมาณสูงถึง 2.13 แสนล้านเหรียญ แต่ไม่ได้มีการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมากเท่าที่ควรมาหลายปี เป็นการเสียโอกาสการพัฒนาของประเทศ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ถูกกีดกันไม่ให้ทำ ในขณะที่รัฐบาลจากการรัฐประหารควรเร่งดำเนินการแต่กลับทำไม่เป็น กว่าจะทำก็เกือบสิ้นสุดเวลาแล้ว ซึ่งทำให้ข้าราชการประจำไม่แน่ใจ กลัวโดนหาว่าร่วมกันทุจริต และอยากรอรัฐบาลจากการเลือกตั้งมากกว่า แถมรัฐบาลจากรัฐประหารระยะหลังนี้ กลับมีข่าวการทุจริตคอร์รัปชั่นกันอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องปล่อยให้คนจนโดนโกง ที่จับได้ว่ามีการโกงคนจนกันถึง 24 จังหวัดแล้ว แถมยังมีการโกงในกระทรวงศึกษาธิการ และการโกงในร้านธงฟ้ากว่า 20 ร้าน ซึ่งทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าการลงทุนขนาดใหญ่น่าจะมีการโกงกันสูงขึ้นไปอีกและก็ตรวจสอบไม่ได้ ทำให้ความนิยมยิ่งตกต่ำอย่างมาก

นายพิชัยกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ การจัดสรรงบประมาณต้องเป็นไปแนวทางอนาคตของประเทศ แต่กลับไปเพิ่มงบกลาโหมและจัดซื้ออาวุธเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ทำให้โอกาสการพัฒนาของประเทศลดลง ดังนั้นจึงควรพิจารณาจัดสรรงบให้ถูกแนวทางอนาคต เช่น ถ้าจะพัฒนาไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนก็ต้องทุ่มงบประมาณให้ถูกแนวทาง โดยขอเสนอให้อาเซียนมีกองกำลังร่วมคล้ายนาโต้ เพื่อร่วมมือในความมั่นคงของภูมิภาคและลดค่าใช่จ่ายของทุกประเทศในอาเซียน ทั้งนี้ นอกจากนโยบายการคลังและงบประมาณแล้ว นโยบายการเงินของแบงก์ชาติทั้งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วย จะมายึดติดในแบบเดิมๆ ไม่ได้แล้ว จึงอยากให้พิจารณากัน และอยากเห็นแนวทางในการแก้ไขการผูกขาดของธุรกิจที่มีไม่กี่บริษัทที่ได้ประโยชน์ในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เท่ากับเป็นการปิดกั้นโอกาสของประชาชนส่วนใหญ่ ทำให้คนส่วนใหญ่ยังลำบากกันอย่างมาก