หน้าแรก การเมือง อดีตส.ส.พรรคป...

อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ “ทวงสัญญานายกฯ ไหนว่าจะปฏิรูปผังเมือง”

11.03.18 | 16:13 น.

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ดร.รัชดา ธนาดิเรก อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กแสดงความเห็นเกี่ยวกับการปฎิรูปด้านผังเมืองของประเทศ โดยระบุว่า “ทวงสัญญานายกฯ ไหนว่าจะปฏิรูปผังเมือง อีกหนึ่งวาระที่ริบหรี่ความหวัง” มีรายละเอียดดังนี้

เผื่อเสียงนี้จะถึงท่าน #ออเจ้าได้โปรดทบทวน ในรายการศาสตร์พระราชาเมื่อ7เมษายนปีที่แล้ว นายกฯกล่าวผ่านสื่อว่าการปฏิรูปผังเมืองประเทศไทยมีความสำคัญอย่างมากเพราะกระทบต่อมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครปฏิรูปสำเร็จ การจัดทำผังเมืองมีปัญหาเพราะมีหน่วยงานของรัฐมากมายเกี่ยวข้อง ผังการใช้ที่ดิน (ผังสี)ที่จัดทำขึ้นไม่ละเอียดเพียงพอ มีปัญหาผังแต่ละพื้นที่ไม่สอดคล้องหรือทับซ้อนกัน นำไปสู่ข้อพิพาทอ้างสิทธิ ผังเมืองรวมที่จัดทำโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ขาดความศักดิ์สิทธิ์ และไม่เป็นหลักยึดถือของหน่วยงานอื่นๆแต่อย่างใด แต่ละหน่วยต่างใช้แผนของตนเอง

ในวันนั้น นายกฯมีความชัดเจนมากที่จะให้การปฏิรูปผังเมืองเป็นไปตามแนวทางของศ. กิตติคุณเดชา บุญค้ำ ที่ต้องเริ่มจากการมีกฏหมายเฉพาะ เหมือนเป็นธรรมนูญการผังเมืองในการกำกับกฏหมายอื่นๆ ไม่ให้หน่วยงานต่างๆละเมิดหรือละเลยไม่ควบคุมการใช้พื้นที่ให้เป็นไปตามหลักการ และเน้นการสร้างกลไกและกระบวนการบริหารจัดการที่ดินของประเทศที่เชื่อมโยงกันทุกระดับ และเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าวนั้น อนุกรรมาธิการการปฏิรูปผังเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้จัดทำร่างกฏหมายพรบ.การผังเมือง ซึ่งเสนอให้แยกเอาสำนักผังเมืองที่ปัจจุบันนี้อยู่ภายใต้กรมโยธาฯ กระทรวงมหาดไทย ออกมาเป็นสำนักงานคณะกรรมการผังเมืองและการใช้พื้นที่แห่งชาติขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี จะได้แก้ปัญหาในอดีตที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการบูรณาการข้อมูลและกำกับหน่วยงานต่างๆ

เป็นที่น่าเสียดาย นอกจากจะใช้เวลารอถึงหนึ่งปีกว่า ที่สนช.จะได้พิจารณาร่างพรบ.การผังเมืองนี้ แต่ที่หดหู่อย่างยิ่งคือความหวังอันริบหรี่อีกวาระหนึ่งต่อการปฏิรูป ร่างพรบ.การผังเมืองฉบับสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการที่นายกฯอ้างถึงกลับถูกละเลย ขณะที่ร่างครม.ที่เสนอต่อสนช. นั้นเนื้อหาไม่ได้สะท้อนแนวคิดการปฏิรูปแต่อย่างใด อีกทั้งไม่ได้แก้ปัญหาเรื้อรัง และยังคงเปิดช่องให้มีการแทรกแซงทางการเมืองได้ ต้องตั้งคำถามว่า ครม.ได้พิจารณาร่างพรบ.นี้อย่างเข้าใจเนื้อหาหรือไม่ หรือเพียงตามที่กรมโยธาเสนอมา เสียดายโอกาสจริงๆ