หน้าแรก การเมือง วิรัตน์ชี้ขัด...

วิรัตน์ชี้ขัดนิติรัฐชัด หากบิ๊กตู่นั่ง ปธ.ที่ปรึกษาพรรค แนะต้องลาออกนายกฯก่อน

11.03.18 | 16:42 น.

“วิรัตน์”ชี้ใช้พรรคการเมืองหนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯตามบัญชีรายชื่อ ง่ายกว่า หนุนนั่ง “นายกฯคนนอก” แต่เป็นการเอาเปรียบพรรคอื่น หากใช้ รมต.ในรัฐบาลนี้นั่ง หน.พรรค

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐ จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีตามบัญชีรายชื่อว่า การตั้งพรรคการเมืองถ้ามีเจตนาบริสุทธิ์ เพื่อรวบรวมผู้คนนำมาพัฒนาบ้านเมืองถือเป็นเรื่องที่ดีและน่าสนับสนุน ซึ่งพรรคการเมืองประกาศสนับสนุนผู้ใดเป็นนายกรัฐมนตรี หรือสนับสนุนแนวทางใดที่ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญย่อมสามารถกระทำได้ ดังนั้น การที่พรรคใดก็ตามจะประกาศนโยบายว่าจะเดินหน้าสานต่อโครงการประชารัฐ หรือเดินหน้าสานต่อประเด็นต่างๆที่ชอบด้วยกฎหมายย่อมเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ทั้งสิ้น แต่คนในรัฐบาลนี้โดยเฉพาะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี จะรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค หรือตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรค ในขณะที่ยังดำรงตำแหน่งทางการเมืองอยู่ ตนเห็นว่าไม่น่าจะชอบด้วยหลักนิติรัฐนิติธรรม และไม่ชอบด้วยเหตุผลประการทั้งปวงเพราะเป็นการเอาเปรียบคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด

“ดังนั้นหากพรรคดังกล่าว โดยมีหัวหน้าพรรคซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลนี้ หากยืนยันที่จะตั้งพรรคการเมือง ก็ควรจะต้องลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี หรือ พล.อ.ประยุทธ์ อยากดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรคดังกล่าว ก็คงต้องลาออกจากนายกรัฐมนตรีเช่นกัน เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว จะกลายเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน และดูไม่ดีในสายตาของพรรคการเมืองอื่น รวมถึงพี่น้องประชาชน” นายวิรัตน์กล่าว

นายวิรัตน์กล่าวอีกว่า ในทางกฎหมาย หากพรรคใดได้ที่นั่ง ส.ส.เกิน 25 คน ตัวบุคคลที่พรรคการเมืองนั้นเสนอ คือ รายชื่อ 1 ใน 3 คน ที่มีสิทธิได้รับการพิจารณาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งจะง่ายและสะดวกกว่าการเป็นนายกฯคนนอก เพราะนายกฯคนนอกจะเข้ามาได้นั้น สภาต้องเห็นชอบในหลักการ โดยต้องได้เสียงมากกว่า 500 เสียง ดังนั้นหาก พล.อ.ประยุทธ์ประสงค์จะเป็นนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้ง โดยจะใช้ช่องทางให้พรรคการเมืองเสนอชื่อ 1 ใน 3 ชื่อ ย่อมจะมีโอกาสง่าย และมีโอกาสกว่ามาจากนายกฯคนนอก เพียงแต่พรรคการเมืองนั้น ต้องถาม พล.อ.ประยุทธ์เสียก่อนว่า เขาจะยินยอมให้พรรคการเมืองนั้นเสนอชื่อตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่