‘เลขาสภาฯ’ นำทีมแจงยิบค่าวางระบบไอทีสภาใหม่ โต้เด็กปชป.ปมทุจริต รอครม.อนุมัติงบ 8.6 พันล้านบ.

12.03.18 | 16:52 น.

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่รัฐสภา นายสรศักดิ์ เพียงเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แถลงตอบโต้อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมากล่าวหาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยเฉพาะการของบประมาณรอบใหม่เป็นเงินกว่า 8,658 ล้านบาทว่า สาเหตุที่ต้องของบประมาณเพิ่มขึ้นจากเดิมตั้งไว้ 3,000 กว่าล้านบาท เป็นเงิน 8,658 ล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมา ไม่มีงบประมาณในเรื่องสาธารณูปโภค และระบบสารสนเทศ หรือ ไอที ซึ่งการขอเพิ่มตามการออกแบบที่ทันสมัยใหม่และมีความเหมาะสม รวมทั้งค่าตบแต่ง ซึ่งการของบเพิ่มได้มีหารือกับกรมบัญชีกลาง กรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลโครงการก่อสร้างต่างๆของหน่วยงานรัฐ และได้มีเรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบถึงเหตุผลและความจำเป็นตามแผนว่า รัฐสภา ถนนอู่ทอง จะต้องย้ายไปอยู่แห่งใหม่ย่านเกียกกาย ซึ่งจะเสร็จก่อนบางส่วน ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 แต่ขณะนี้ตนยังไม่ทราบว่า งบประมาณ 8,658 ล้านบาทที่ทางรัฐสภาขอไปจะเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อใดเราคงกำหนดไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับทางครม. หากอนุมัติงบประมาณดังกล่าวล่าช้า จะทำแผนการย้ายต้องสะดุดลง และคงต้องใช้แผนสองที่จะต้องไปเช่าสถานที่ที่มีห้องประชุมขนาดใหญ่เพื่อรองรับสมาชิกรัฐสภา แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะเป็นที่ไหน ซึ่งจะทำให้ต้องใช้งบประมาณมากขึ้นกว่าเดิม

นายสรศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่รัฐสภา 18 คนคัดค้านการประมูลโดยวิธีคัดเลือกนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะทั้ง 18 คนไม่ได้คัดค้าน เพียงแต่บอกให้ผู้บริหารปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ซึ่งทางคณะผู้บริหารของรัฐสภาก็ได้ดำเนินการในเรื่องนี้ โดยไม่มีการตั้งคณะกรรมสอบแต่อย่างใด

ด้าน นายโชติจุฑา อาจสอน กรรมการบริหารที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การศึกษาระบบไอซีทีแบบเก่าได้ศึกษาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งพบความไม่ทันสมัย ดังนั้นในปี 2557 จึงได้ศึกษาใหม่โดยว่าจ้างบริษัท เมอร์ลินส์ โซลูชั่นส์ อินเตอร์แนชั่นนัล จำกัด ออกแบบและได้นำคำแนะนำจาก 3 อนุกรรมการของรัฐสภา และนักวิชาการจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุมทหารลาดกระบัง พิจารณาประกอบ และสรุปเป็นรายการงานและงบประมาณซึ่งเป็นส่วนที่เติมเต็มจากงานที่เคยตัดออกจากงบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 18,000 ล้านบาท งานโสตทัศนูกรณ์ เทคโนโลยีสารสนเทศกระจกโดยรอบโดมห้องประชุม, ระบบปรับอากาศ, ระบบควบคุมไฟอัตโนมัติ ระบบรักษาความปลอดภัย ดังนั้นการออกแบบใหม่ต้องเติมส่วนที่ตัดออกไปด้วย โดยงานระบบรักษาความปลอดภัย มีวงเงิน 586 ล้านบาท, ระบบไอซีที มีวงเงิน 2,759 ล้านบาท แบ่งเป็น งานระบบเครือข่ายสื่อสาร จำนวน 815 ล้านบาท, เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และซอฟแวร์สนับสนุน จำนวน 1,448 ล้านบาท, เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงและโทรทัศน์ วงเงิน 324 ล้านบาท และระบบสารสนเทศ 170 ล้านบาท

นายโชติจุฑา กล่าวต่อว่า ขณะที่งานระบบที่ไม่ใช่ส่วนของไอที (นอลไอที) คือ ระบบไฟฟ้า วงเงิน 276 ล้านบาท, งานรักษาความปลอดภัยในอาคาร วงเงิน178 ล้านบาท , งานประกอบอาคาร 594 ล้านบาท , งานจัดสร้างศูนย์ข้อมูลหลัก สำรอง 895 ล้านบาท และงานโสตฯ วงเงิน 2,244 ล้านบาท

Advertisement

นายประสิทธิ์ อนันตวิรุฬห์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า สำหรับงบประมาณที่ขอไป 8,658 ล้านบาทนั้น แบ่งเป็น 3 งวด งวดแรก ขึ้นอยู่กับครม.ว่าจะอนุมัติเท่าไหร่ เมื่อได้งบก้อนแรกมาแล้ว จะเปิดให้บริษัทต่างๆที่มีคุณสมบัติเหมาะสมยื่นซองประมูลประมาณเดือนเมษายนนี้เพื่อดำเนินการงบประมาณที่มีอยู่ ซึ่งคาดว่าจะใช้จากงบกลาง นอกจากนั้น จะเป็นงบประมาณปกติปี 2562 และปี 2563 เพื่อดำเนินก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จภายใน ?15 ธันวาคม 2562