“บิ๊กจิน” เยือนออสเตรีย ประชุมคณะกมธ.ยาเสพติดยูเอ็น โชว์ผลงานแก้ปัญหายาเสพติด ฟุ้ง รบ.เข้าถึงพื้นที่ผ่านไทยนิยมฯ ภายใต้แนวคิด ผู้เสพคือผู้ป่วย พร้อมร่วมมือเพื่อนบ้านลุ่มแม่น้ำโขงแก้ปัญหาบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายหลังเสร็จการดูงานที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 9 – 11 มีนาคมที่ผ่านมา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐออสเตรีย เพื่อเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติดของสหประชาชาติ
พล.อ.อ.มณฑล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 มีนาคม เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสาธารณรัฐออสเตรีย พล.อ.อ.ประจิน ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ สายเชื้อ เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ ณ กรุงเวียนนา ศ.พิเศษวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้เดินทางไปยังอาคารศูนย์การประชุมนานาชาติเวียนนา (Vienna International Center :VIC) ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด สมัยที่ 61 (The 61 st Session of the Commision on Narcotic Drugs) โดยมีผู้แทนจากประเทศสมาชิก องค์กรระหว่างประเทศ และเอ็นจีโอ53 ประเทศ ร่วมพันกว่าคนเข้าร่วม
พล.อ.อ.มณฑล ระบุว่า ในการประชุมครั้งนี้ พล.อ.อ.ประจิน ได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม มีสาระสำคัญว่า รัฐบาลไทยยืนยันคำมั่นในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหายาเสพติดระหว่างประเทศตามอนุสัญญาสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดโลก และข้อเสนอแนะที่ปรากฏตามเอกสารผลลัพธ์การประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก ค.ศ.2016 รวมทั้งแถลงการณ์ทางการเมืองและแผนปฏิบัติการว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อไปสู่การดำเนินการเชิงยุทธศาสตร์อย่างบูรณาการและอย่างสมดุลเพื่อต่อสู้กับปัญหายาเสพติดโลก และเห็นด้วยที่คณะกรรมาธิการยาเสพติด หรือ ซีเอ็นดี จะทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของรัฐสมาชิก โดยรัฐบาลไทยมีความคืบหน้าอย่างมากในการดำเนินการปฏิรูปนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติดของไทยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงและข้อกำหนดมาตรฐานสากลต่าง ๆ โดยใช้แนวทางสาธารณสุขนำ ภายใต้แนวคิดผู้เสพคือผู้ป่วย ควรได้รับการบำบัดรักษา และไม่ควรถูกดำเนินคดี
พล.อ.อ.มณฑล กล่าวว่า รัฐบาลไทยยังได้ผลักดันและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ที่ประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง ภายใต้โครงการแม่น้ำโขงปลอดภัย โดยร่วมมือกับนานาชาติและกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างใกล้ชิด ในการไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ พร้อมทั้งส่งเสริมแนวทางการพัฒนาทางเลือกและนโยบายเสพติดโดยใช้การพัฒนานำตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายใต้แนวคิด เศรษฐกิจพอเพียงและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เผยแพร่องค์ความรู้ให้แก่ประเทศที่สนใจ
“ ในตอนสุดท้ายของถ้อยแถลง พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า รัฐบาลไทยมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน หมู่บ้าน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน สร้างสังคมปลอดยาเสพติด โดยภาครัฐสนับสนุนองค์ความรู้ในด้านการป้องกัน ให้บริการบำบัดรักษาและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ พร้อมทั้งส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ให้คนพึ่งพายาเสพติด โดยปัจจุบันรัฐบาลไทยดำเนินการภายใต้โครงการ ‘ไทยนิยม ยั่งยืน’ ” พล.อ.อ.มณฑลกล่าว
พล.อ.อ.มณฑล กล่าวว่า จากนั้น พล.อ.อ.ประจิน ได้เข้าร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรมคู่ขนาน ซึ่งเสนอโดยรัฐบาลไทย ในหัวข้อ Development Oriented Drug Policies : The Future of Alternative Development ณ ห้องประชุมของศูนย์การประชุมนานาชาติเวียนนา โดยมีผู้ร่วมอภิปรายฝ่ายไทย ได้แก่ ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก่อนจะเข้าร่วมหารือทวิภาคีระหว่างไทยกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติเวียนนา โดยมีนาย Abdol – Reza RAHMANI FAZILI รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เป็นหัวหน้าคณะ ในประเด็นความร่วมมือการต่อต้านยาเสพติด โดยเฉพาะด้านการพัฒนาทางเลือก (Alternative Development : AD) ซึ่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประสงค์จะเรียนรู้จากประสบการณ์ของไทย เพื่อนำไปปรับใช้กับโครงการที่จะทำต่อไป

