ป.ป.ช.โล่งใจ หลังศาลรัฐธรรมนูญการันตีนั่งเก้าอี้ต่อได้ ไม่ขัด รธน.

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ-นายวิทยา อาคมพิทักษ์

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 14 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า การยกเว้นคุณสมบัติต้องห้ามของกรรมการ ป.ป.ช. ในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. … ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่า แม้จะมีผู้แย้งมติศาลรัฐธรรมนูญ แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น เพราะบ้านเมืองใช้กฎหมายเป็นหลัก เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างไรจะต้องเป็นไปตามนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะทำให้งานของ ป.ป.ช.เดินหน้าไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น จะมีการปรับการทำงาน โดยพยายามแก้ไขปัญหาที่สั่งสมมานาน เพราะใน 1 ปี 3 เดือนมานี้ งานของ ป.ป.ช.ชะลอมานาน เนื่องจากต้องรอกฎหมายฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ในระหว่างนี้ ป.ป.ช.ได้เตรียมทำอนุบัญญัติประมาณ 40 อนุบัญญัติเพื่อบังคับใช้ในวันที่กฎหมาย ป.ป.ช.มีผลบังคับใช้ พร้อมกับปรับโครงสร้างให้ทันวันที่ 1 ตุลาตม 2561 หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะมีระเบียบวิธีไต่สวนใหม่ และกรอบระยะเวลาในการทำงานตามที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้กำหนดไว้ 2 ปี

ผู้สื่อข่าวถามว่า กฎหมายใหม่จะทำให้การป้องกันและปราบปรามการทุจริตดีขึ้นหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า แน่ใจว่าจะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะทั้งกรอบระยะเวลาและกระบวนการทำงานจะมีความชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังได้วางองคาพยพ และปรับย้ายคนที่เหมาะสมกับงานไว้รองรับแล้ว การทำงานเราจะใช้ทั้ง ป.ป.ช.จังหวัด ภาค ส่วนกลาง จะปรับภารกิจให้ตรงตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ตนได้บอกกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ไปว่าคงต้องเหนื่อยไปอีก 2 – 3 ปี เพื่อทำให้องค์กรมีความกระฉับกระเฉงมากขึ้น

เมื่อถามว่า เตรียมรับมือกับกรณีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.หลายคนลาออก เพราะกดดันที่ต้องทำคดีให้ทันตามกรอบเวลาอย่างไร พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่คนเราอยากสบาย แต่เท่าที่รับฟังทุกคนต่างมีความมุ่งมั่น แต่วันนี้การทำงานของ ป.ป.ช.มีความเปลี่ยนแปลงจากที่ผ่านมา กรรมการ ป.ป.ช.ทำงานหนักมาก เพิ่มวันประชุมจาก 2 เป็น 3 วัน เดินทางลงพื้นที่เพื่อกลั่นกรองเรื่องต่างๆ ให้เร็วขึ้น เชื่อว่าเจ้าหน้าที่อยากเห็นองค์กรมีความกระฉับกระเฉง เป็นที่ยอมรับของประชาชน ดังนั้น จึงถึงเวลาที่เราจะต้องทุ่มเททำงานด้วยความผิดชอบ ไม่ใช่เข้ามาเพื่อมีอำนาจบารมี


ด้าน นายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เมื่อได้ทราบผลดังกล่าวตนรู้สึกเบาใจ และจากนี้ต้องตั้งใจทำงานหนักมากขึ้นจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวล ทั้งนี้ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญตีความชัดเจนแล้วจะได้ไม่ต้องมีความขัดข้องใจกันอีกว่ากรรมการ ป.ป.ช.ทำงานไปโดยไม่มีอำนาจ หรือไม่มีคุณสมบัติ เมื่อศาลตีความแล้วถือว่าจบ เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นข้อผูกพันทุกองค์กร จะได้ไม่มีประเด็นตามมาทีหลัง ทำงานไม่ต้องกังวลจะถูกฟ้องภายหลัง

เมื่อถามถึงกรณีมีเสียงวิจารณ์ว่า การวินิจฉัยดังกล่าวทำให้เกิดประเด็นการพิทักษ์รัฐธรรมนูญเกิดขึ้น นายวิทยา กล่าวว่า เชื่อว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาข้อกฎหมายอย่างรอบคอบแล้ว และเป็นมติเอกฉันท์

เมื่อถามย้ำว่า มีเสียงสะท้อนว่าเรื่องดังกล่าวอาจนำไปสู่วิกฤติรัฐธรรมนูญได้ นายวิทยา กล่าวว่า ส่วนตัวไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะเป็นการพิจารณาข้อกฎหมายที่เป็นที่สิ้นสุดแล้ว ถือว่าเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ