“บิ๊กตู่” ย้ำความสัมพันธ์โปแลนด์ 100 ปี ชื่นชมทูตเข้าใจสถานการณ์ไทย

14.03.18 | 16:27 น.

“บิ๊กตู่” ย้ำความสัมพันธ์โปแลนด์ 100 ปี ชื่นชมทูตเข้าใจสถานการณ์ไทย บอกทุกประเทศล้วนมีปัญหาภายในที่ต่างกัน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดโอกาสให้ นายวัลแดมาร์ ดูบายอฟสกี (H.E. Mr. Waldemar Dubaniowski) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยนายกฯได้แสดงความยินดี และชื่นชมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่ดำเนินไปอย่างราบรื่นมายาวนานกว่า 100 ปี ตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์และวิสัยทัศน์ของเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ฯ จะมีส่วนสำคัญในการผลักดันความร่วมมือของทั้งสองประเทศ รวมทั้งผลักดันให้มีการจัดทำความตกลงที่คั่งค้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อสานต่อความสัมพันธ์และส่งเสริมผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น


พล.ท.วีรชน กล่าวว่า นายกฯยังกล่าวแสดงความประทับใจต่อคำกล่าวของเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ฯ ที่ว่า “ทุกประเทศล้วนมีปัญหาภายใน ซึ่งมีเหตุผล ความจำเป็น บริบทและความคาดหวังของประชาชนแตกต่างกัน” สะท้อนให้เห็นถึงว่าโปแลนด์มีความเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองของไทยมาโดยตลอด รวมทั้งการสนับสนุนให้ปรับข้อมติสหภาพยุโรป (EU) ต่อไทย จนสามารถรื้อฟื้นปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในทุกระดับ

พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงความร่วมมือต่าง ๆ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง ศักยภาพเศรษฐกิจของไทยภายใต้นโยบาย Thailand+1 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ทั้งสำหรับไทยและประเทศต่างๆ ในภูมิภาค โดยไทยมีความพร้อมและศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของอาเซียน และเชิญชวนโปแลนด์ให้สนับสนุนและลงทุนในโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีสิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนต่างชาติในหลายด้าน ขณะเดียวกันภาคเอกชนไทยก็ให้ความสนใจที่จะลงทุนในภูมิภาคยุโรปกลางเพิ่มมากขึ้นด้วย ด้านเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ฯ กล่าวชื่นชมการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีที่ผ่านมา และยืนยันความสำคัญของความร่วมมือทางการค้าการลงทุนระหว่างโปแลนด์ – ไทย โดยทั้งสองประเทศสามารถเป็นประตูการค้าให้กันและกันสู่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคของตนได้

พล.ท.วีรชน กล่าวว่า นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังพร้อมส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว และสนับสนุนให้ประชาชนของทั้งสองประเทศเดินทางไปมาหาสู่กันมากยิ่งขึ้น โดยเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ฯ ขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปโปแลนด์เช่นกัน และเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งไทยสนใจแลกเปลี่ยนความรู้และความร่วมมือด้านการศึกษา เทคโนโลยีทางการแพทย์ เกษตร อาหาร และยานยนต์ ซึ่งเป็นสาขาที่โปแลนด์มีศักยภาพอีกด้วย

Advertisement