หน้าแรก การเมือง ป.ป.ช.ลุยสุ่ม...

ป.ป.ช.ลุยสุ่มตรวจ จ่าย “แป๊ะเจี๊ยะ” ในโรงเรียนดัง ลั่นเอาจริง

15.03.18 | 16:14 น.

ป.ป.ช. เอาจริง ลุยสุ่มตรวจ จ่าย “แป๊ะเจี๊ยะ” ในโรงเรียน เน้นโรงเรียนดัง แข่งขันสูง เตือนผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ปัญหาการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา (แป๊ะเจี๊ยะ) เป็นปัญหาสำคัญ ผลการศึกษาพบว่าแม้การเรียกรับ หรือยอมจะรับ “แป๊ะเจี๊ยะ” จะเป็นการสมยอมกันของผู้ปกครองกับผู้มีอำนาจของสถานศึกษา เพื่อให้บุตรหลานได้เข้าเรียนในสถานศึกษาที่มีชื่อเสียง ดี เด่น ดัง ซึ่งมีการแข่งขันสูง เป็นเพราะผู้ปกครองมีความเชื่อว่าคุณภาพทางการศึกษาของแต่ละสถานศึกษามีความแตกต่างกัน ทำให้เกิดช่องทางในการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบในรูปแบบของการเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด รวมถึง เงินบริจาคให้สถานศึกษาหรือสมาคมที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกกับการได้รับโควตาพิเศษให้บุตรหลานได้เข้าเรียน ซึ่งการบริจาคเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หรือมีเงื่อนไขผูกพันที่จะให้ประโยชน์ต่อผู้ใดโดยเฉพาะ จึงมิใช่ความหมายของการบริจาคที่แท้จริง

นายวรวิทย์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการป้องปรามและลดปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะในช่วงรับนักเรียน ปีการศึกษา 2561 คณะกรรมการป.ป.ช. จึงมีมติเห็นชอบมาตรการระยะสั้นเร่งด่วน ดังนี้ 1.ให้สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2561 ของสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษาที่มีอัตราการแข่งขันสูง 2.เร่งประชาสัมพันธ์และสร้างความรู้ความเข้าใจให้เจ้าพนักงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชน ทราบถึงความผิดและบทลงโทษ รวมทั้งการแจ้งเบาะแสกรณีการเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียน โดยเฉพาะกรณีการบริจาคเพื่อให้ได้ประโยชน์ตอบแทน ถือว่าเป็นสินบน มีความผิดทั้งผู้ให้และผู้รับสินบน ตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายป.ป.ช.

เลขาฯป.ป.ช.กล่าวว่า สำหรับมาตรการในระยะยาว และมาตรการอื่นๆ เพื่อป้องกันปัญหาอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรมนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการ เร่งพิจารณาจัดทำมาตรการและข้อเสนอแนะเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณา เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามลำดับ ซึ่งการเสนอมาตรการต่อคณะรัฐมนตรีเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ ป.ป.ช. เคยวินิจฉัยคดีไว้เมื่อปี 2550 ว่าเงินบริจาค หมายถึง เงินที่ให้โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ แต่หากเป็นการให้เงินเพื่อตอบแทนการกระทำการใด ๆ จึงเป็นเงื่อนไขต่างตอบแทนไม่อาจถือเป็นเงินบริจาคได้ ผู้รับมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานรับสินบน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ผู้ให้มีความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 และยังมีความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.ด้วย