หน้าแรก การเมือง ทบ.แจง แจ้งคว...

ทบ.แจง แจ้งความเอาผิด ทีมวิจัยหน้ากากกันสารพิษ-อาจารย์คนดัง เพราะใช้เอกสารปลอม

15.03.18 | 16:57 น.

ผอ.สวพ.ทบ. แจงเหตุร้องกองปราบฯเอาผิดทีมวิจัย หลังใช้เอกสารรับรองโครงการหน้ากากกันสารพิษปลอม ยันงานวิจัยทุกชิ้นต้องมีมาตรฐาน มีความสำคัญต่อชีวิตกำลังพล

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ เชื้อสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหาร กองทัพบก(สวพ.ทบ.) แถลงถึงกรณีที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับทีมวิจัยที่ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาการพัฒนาหน้ากากป้องกันสารพิษทางทหารเพื่อใช้ภายในประเทศว่า โครงการวิจัยและพัฒนาการพัฒนาหน้ากากป้องกันสารพิษทางทหารเพื่อใช้ภายในประเทศเป็นโครงการตามเอ็มโอยูระหว่างกองทัพบก โดย สวพ.ทบ.กับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เพื่อพัฒนาและสนับสนุนนักวิจัยจากสถาบันการศึกษา รวมถึงเป็นการนำผลการวิจัยไปสู่การผลิตแบบพึ่งพาตนเองในประเทศ เพื่อประหยัดงบประมาณ โดยในระหว่างการวิจัยทางรัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณ เพื่อให้นำผลการวิจัยไปสู่การผลิตชิ้นงาน สนับสนุนนโยบายการใช้ยางพาราภายในประเทศ กองทัพบกได้ดำเนินกรรมวิธีนำผลงานวิจัยเข้าสู่กระบวนการผลิตตามขั้นตอนของทางราชการ โดยมีกระบวนการวิเคราะห์ ประเมินผลโครงการวิจัย ซึ่งเป็นการประเมินผลทั้งทางด้านเอกสารรายงานและผลงานวิจัยที่ได้รับ ตลอดจนการทดสอบโดยคณะกรรมการต่างๆ ของกองทัพบก จนถึงขั้นตอนสุดท้ายคือผ่านการรับรองมาตรฐานจากกองทัพบกและได้รับอนุมัติให้นำผลงานวิจัยนั้นไปผลิต ทั้งนี้ โครงการวิจัยไม่ว่าจะได้ทุนจากแหล่งทุนใด หากจะนำมาผลิตเพื่อใช้งานในกองทัพบกก็จะต้องดำเนินการตามแนวทางนี้ ซึ่งโครงการหน้ากากป้องกันสารพิษเมื่อได้ปิดโครงการกับ สกอ.แล้ว ก็เข้าสู่การดำเนินการตามกระบวนการดังกล่าว ทั้งนี้ ในระหว่างกระบวนการวิเคราะห์และประเมินผลโครงการคณะนักวิจัยได้นำส่งเอกสารรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ให้ สวพ.ทบ.พิจารณา และส่งให้คณะกรรมการระดับกองทัพบกประเมินผลงานวิจัย

พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์กล่าวต่อว่า ภายหลังปรากฏว่าใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์หน้ากากแบบเต็มหน้าเป็นเอกสารปลอม กองทัพบกจึงได้ยุติโครงการและได้มอบอำนาจให้ตนซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับงานวิจัยของกองทัพบกโดยตรงไปแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวนที่กองปราบปรามไว้ก่อนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป รวมทั้งเป็นการป้องกันผลเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับการนำไปใช้งานทางราชการ หากมีการนำเข้าสู่กระบวนการผลิตในลำดับขั้นต่อไป ที่สำคัญเป็นการยับยั้งไม่ให้เอกสารที่เป็นเท็จไปสู่กระบวนการบริหารงานราชการ

“การอ้างถึงว่ารายงานตอนไปขอปิดโครงการกับ สกอ. ระบุเป็นเรื่องหน้ากากชีวอนามัย ไม่เกี่ยวกับหน้ากากด้านทหารเลยนั้น เป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะเงื่อนไขข้อกำหนดในการวิจัยครั้งนี้ ระบุให้ผู้วิจัยต้องดำเนินงานวิจัยที่มีคุณภาพและมาตรฐานตรงตามความต้องการของกองทัพบกเท่านั้น สำหรับกรณีที่กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ทหารแทรกใบรับรองมาตรฐานปลอมเข้ามาในเอกสารงานวิจัยฉบับสมบูรณ์นั้น จากการตรวจสอบยืนยันว่า มีการยื่นใบรับรองมาตรฐานจำนวน 4 ครั้ง โดยหัวหน้าโครงการวิจัย ซึ่งเป็นการยื่นใบรับรองมาตรฐานปลอมทั้ง 4 ครั้ง” พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ และว่า สวพ.ทบ.ในฐานะที่เป็นหน่วยดูแลด้านการวิจัยและพัฒนากองทัพบก ได้รับมอบอำนาจจากกองทัพบกจำเป็นต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้เกิดความกระจ่างในทุกแง่มุมที่สังคมสงสัย และเพื่อเป็นการรักษาคุณภาพและมาตรฐานของงานวิจัยที่จะนำไปใช้ในการผลิตเครื่องมือและยุทโธปกรณ์ทางทหารของกองทัพบกต่อไป

เมื่อถามถึงการพูดคุยกับอาจารย์คนดังกล่าวเพื่อสอบถามเรื่องเอกสารปลอม พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์กล่าวว่า ในการพัฒนาร่วมกับสถาบันการศึกษา เราทำงานร่วมกับอาจารย์ในหลายสถาบัน ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นท่านไหน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราได้มีการประชุมพูดคุยกัน

Advertisement

เมื่อถามถึงกรณีที่คู่กรณีระบุว่า สวพ.ทบ.ดำเนินการแจ้งความเท็จ พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์กล่าวว่า เขามีสิทธิสามารถทำได้ ซึ่งทุกอย่างก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะมีผลประโยชน์จากการซื้ออาวุธจากต่างประเทศ จึงไม่ต้องการให้มีการใช้ของที่ผลิตในประเทศ พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์กล่าวว่า สวพ.ทบ.ให้การสนับสนุนผลงานวิจัยเพื่อนำไปสู่การผลิต ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยของสถาบันใด หรือองค์การต่างๆ ภายในประเทศ เราก็สนับสนุน เพราะนโยบายของเราคือต้องพึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้า ประหยัดงบประมาณ ไม่ซื้อของจากต่างประเทศ แต่ขอให้ทุกอย่างได้มาตรฐาน เพราะงานวิจัยทุกชิ้นมีความสำคัญต่อชีวิต หากไม่ได้มาตรฐานกำลังพลก็จะเสี่ยงอันตราย และมีผลกระทบต่อชีวิตได้