‘สมชาย’ ขอ ‘สมชัย’ ไปอ่านกม.ใหม่ หยุดมโนล้มร่างพ.ร.ป.ส.ว.ทั้งฉบับ

16.03.18 | 13:24 น.

“สมชาย” เหน็บ “สมชัย” ไปอ่าน กม.ใหม่ หยุดมโนล้มร่าง พ.ร.ป.ส.ว.ทั้งฉบับ ชี้เป็นบทเฉพาะกาล ไม่ใช่สาระสำคัญ เผยไม่ยื่นตีความ พ.ร.ป.ส.ส. เพราะจะกระทบโรดแมปเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม นายสมชาย แสวงการ เลขานุการกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(วิป สนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ว่า อยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อสมาชิก สนช. คาดว่าในวันนี้จะได้รายชื่อครบ 25 คน จากนั้นจึงจะยกร่างคำร้องในประเด็นที่สงสัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ น่าจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ในสัปดาห์หน้า เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญคงใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือนในการวินิจฉัย ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ระบุว่า ห่วงว่าหากศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า ประเด็นที่ส่งให้ตีความขัดต่อรัฐธรรมนูญ จะทำให้กฎหมายตกทั้งฉบับ ต้องไปยกร่างใหม่ เพราะเป็นประเด็นสาระสำคัญของกฎหมายนั้น ยืนยันว่า ประเด็นในบทเฉพาะกาลไม่ใช่สาระสำคัญ ไม่ได้อยู่ในบทหลักของร่างกฎหมาย หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ประเด็นใดขัดรัฐธรรมนูญก็แก้ไขเฉพาะประเด็นนั้นๆ ไม่มีผลให้กฎหมายตกทั้งฉบับ ขอให้นายสมชัยไปอ่านกฎหมายใหม่ จะไปจินตนาการมากไม่ได้

นายสมชายกล่าวว่า ส่วนร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ที่ไม่ได้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ได้บอกกับ สนช.ไปว่า หากใครจะยื่นให้ตีความ ก็ต้องรับผิดชอบด้วย เพราะจะทำให้มีผลกระทบต่อโรดแมปเลือกตั้ง การพูดเช่นนี้ไม่ได้ขู่ แต่ถ้าไปยื่นตีความจะมีผลกระทบต่อโรดแมปเลือกตั้งแน่นอน เพราะต้องเสียเวลาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่เกิน 3 เดือน ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ทำให้โรดแมปเลื่อนออกไป ส่วนในอนาคต หลังจากที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วมีผู้ไปยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็คงไม่เกิดปัญหาอะไรมากมาย เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ประเด็นใดขัดรัฐธรรมนูญก็จะตกไปเฉพาะประเด็นนั้นๆ เช่นกัน เท่าที่ดูประเด็นที่มีข้อสงสัยมีผลกระทบเฉพาะแค่ข้าราชการการเมือง ผู้สูงอายุ และคนพิการเท่านั้น หากมีปัญหาก็จะเสียสิทธิแค่เฉพาะคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ไม่กระทบกับสาระสำคัญที่ทำให้กฎหมายตกทั้งฉบับ