หน้าแรก การเมือง บิ๊กป๊อกแจงเห...

บิ๊กป๊อกแจงเหตุมท.ได้งบเพิ่มเติม3หมื่นล้าน! งบลงหมู่บ้าน-พัฒนาโอทอป

16.03.18 | 13:59 น.

“บิ๊กป๊อก” แจงงบรายจ่ายเพิ่มเติมมท.แบ่งใช้ 3 ส่วน ในส่วนโครงการไทยนิยมนายกฯสั่งโครงการไหนเป็นการอำนวยความสะดวกในชีวิตเฉยๆให้ใช้งบท้องถิ่น แต่ถ้าเป็นโครงการเพิ่มรายได้ถึงจะให้งบโครงการ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 16 มีนาคม ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสโจมตีเรื่องกระทรวงมหาดไทยได้งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 61 จำนวน 3 หมื่นกว่าล้าน ว่า ตนขอชี้แจงทีละส่วน โดยส่วนแรกที่กระทรวงมหาดไทยได้รับมากคือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเรามีแนวทางที่จะดำเนินการคือ กระจายให้กับท้องถิ่นทั้งหมู่บ้าน และชุมชน ทั้งหมด 8 หมื่นกว่าแห่ง เฉลี่ยจะตกแห่งละ 2 แสนบาทเศษ โดยเงินส่วนนี้จะเกิดจากการสอบถามความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก และจะพิจารณาผ่านขั้นตอนอย่างที่ตนเคยเรียนไปแล้วว่า ผ่านนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด และสำนักงบประมาณ ซึ่งทุกขั้นตอนจะมีภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และสถานศึกษาในแต่ละพื้นที่มาร่วมพิจารณา ส่วนขั้นตอนการเบิกจ่ายจะเป็นเรื่องของกรรมการหมู่บ้าน หรือประชาชนโดยตรง จะไม่ผ่านกระทรวงหมาดไทย ตัวเงินจะลงไปที่คณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งมีคณะกรรมการหมู่บ้านอยู่ ต่อมาคือ ส่วนที่ 2 เป็นงบที่เขาให้มาปรับปรุงโอท็อป ซึ่งจะผ่านกระทรวงมหาดไทยโดยกรมพัฒนาชุมชน อันนี้เขาให้มาประมาณ 9,000 ล้านบาท แต่ต้องไปทำในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายของกระทรวงท่องเที่ยว ซึ่งเขากำหนดมาแล้วว่าพื้นที่ไหน อันนี้จะเป็นเงินที่เรานำไปพัฒนาโอท็อปโดยตรง แค่ 2 ส่วนนี้ก็เกือบ 3 หมื่นล้านบาทแล้ว แต่ยังมีอีกส่วนคือ งบดำเนินการแทนกระทรวงการคลังเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นงบค่าดำเนินการ ไม่ว่าจะค่าเอกสาร ค่าเดินทางทั้งหมดของคณะทำงาน หมายถึงเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ลงพื้นที่ไปหาผู้ถือบัตรทุกคนนั้น และการดำเนินการทางธุรการทั้งหมด ใช้งบประมาณ 2,500 ล้านบาท โดยต้องเบิกจ่ายตามจริง

เมื่อถามว่า ในส่วนก้อนของไทยนิยมยั่งยืนนั้นมีโครงการที่ผ่านการพิจารณาบ้างหรือยัง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า งบประมาณเพิ่มเติมปี 61 ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าสภา คาดว่าตัวเม็ดเงินน่าจะประมาณเดือนเมษายน ดังนั้น ขั้นต้นในขณะนี้ยังเป็นเรื่องการไปดูความต้องการของประชาชน อย่างไรก็ตาม โครงการเช่น ต้องการถนนเพื่อเดินทางสะดวก อันนี้จะไม่ให้ แต่ถ้าต้องการถนนเพื่อทำให้การท่องเที่ยว เกิดการพัฒนา หรือสร้างรายได้อันนี้จึงจะให้ แต่ต้องเน้นเรื่องความโปร่งใส เจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องจะดูกันตั้งแต่การพิจารณา ทั้งนี้ ตนคาดว่าประมาณปลายเดือนมีนาคมนี้ ความต้องการของประชาชนน่าจะเสร็จมาให้กรรมการพิจารณาได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าพิจารณแล้วให้เลย ต้องผ่านการกลั่นกรอง โดยนายกฯสั่งการว่า หากโครงการเป็นการอำนวนความสะดวกในชีวิตเขาเฉยๆให้ แต่ให้ไปใช้งบปกติ เช่น งบท้องถิ่น หรือเงินสะสมท้องถิ่น แต่ถ้าเป็นโครงการที่ไปเพิ่มรายได้อันนี้ถึงจะให้งบโครงการ อย่างไรก็ตามขอเน้นย้ำว่า เงิน 2 หมื่นกว่าล้านบาทที่กระทรวงมหาดไทยได้รับนั้นจะไม่ผ่านกระทรวงมหาดไทย แต่จะตรงไปยังหมู่บ้านเลย เพียงแต่ก่อนจะทำอะไรเราจะเป็นผู้พิจารณาเท่านั้น