‘ศรีสุวรรณ’ ข้องใจ ‘บิ๊กตู่’ เมินใช้ ม.44 สั่งแขวนข้าราชการ ‘โกงเงินคนจน’

16.03.18 | 14:59 น.
แฟ้มภาพ

วันที่ 16 มีนาคม 2561 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า สมาคมฯขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 หรือใช้ยาแรงเพื่อสั่งระงับหรือพักการปฏิบัติหน้าที่และงดรับค่าตอบแทนรายเดือนกลุ่มข้าราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีเข้าข่ายทุจริตการเบิกจ่ายเงินคนจนกว่า 97 ล้านบาท เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันกับการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่มีคำสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่และงดรับค่าตอบแทนของข้าราชการจำนวนมากทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ผู้บริหาร สมาชิกสภาท้องถิ่น และพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยมีคำสั่งหลายครั้ง ภายหลังการทำรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2557

“ขณะที่ผู้ถูกคำสั่งพักงานที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบข้อเท็จจริง ยังไม่มีการชี้มูลความผิด ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปว่าผู้ที่เข้าข่ายถูกสั่งแขวนมีความผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ ขณะที่ข้าราชการ พม. ทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับการโกงเงินคนจน มีเพียงคำสั่งโยกย้ายในระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงเท่านั้น ทำให้ถูกมองว่าการใช้อำนาจในการปราบทุจริตของ คสช.มีการเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐานอย่างชัดเจน มีการลูบหน้าปะจมูก ที่สำคัญ ข้าราชการ พม.ที่ถูกคำสั่งย้ายจากพฤติกรรมน่าสงสัยในวงจรการทุจริต อาจจะไปสร้างปัญหาเพิ่มในหน่วยงานราชการแห่งใหม่ ทำให้การทำหน้าที่ส่งผลกระทบกับประชาชน ดังนั้น การสั่งย้ายยังไม่ใช่แนวทางแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง และทำให้ข้าราชการไม่เกรงกลัวการทุจริตเหมือนการใช้มาตรา 44” นายศรีสุวรรณ กล่าว

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การใช้มาตรา 44 สั่งพักงาน หากผลสอบสวนยืนยันว่าไม่มีความผิดก็ให้คืนตำแหน่งและเงินเดือน รวมทั้งสิทธิตามสวัสดิการให้ตามปกติ แต่การโยกย้ายอาจจะมีปัญหากระทบกับกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง บางรายอาจมีการวิ่งเต้นกับข้าราชการระดับสูงเพื่อขอความช่วยเหลือ และบางรายมีความพยายามในการทำลายหลักฐานสำคัญที่เป็นประโยชน์ในการสอบสวน และเรื่องนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่านายกรัฐมนตรีเอาจริงกับการทุจริตอย่างเด็ดขาดหรือไม่ นอกจากนั้น ที่ผ่านมาหลายเดือน นายกรัฐมนตรีไม่ได้ใช้มาตรา 44 สั่งแขวนข้าราชการหลายกระทรวงที่มีปัญหาการทุจริต สวนทางกับนโยบายสำคัญที่ประกาศไว้ ซึ่งอาจมีการประเมินว่านายกรัฐมนตรีอาจมีความตั้งใจจะเข้าสู่การเมืองในอนาคต ดังนั้น จึงไม่สร้างประเด็นเพิ่มเพื่อให้มีผลกระทบในวงกว้าง เพราะการเข้าสู่เส้นทางการเมือง ส่วนหนึ่งจะต้องได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนจากกลไกการขับเคลื่อนจากกลุ่มข้าราชการประจำ