หน้าแรก การเมือง สมชัย ชี้ ส่ง...

สมชัย ชี้ ส่งตีความกม.ลูก เลือกตั้งอาจเลื่อน 2-6 เดือน ท้าสนช.บอกไม่เลื่อน อย่ารับเงินเดือน

16.03.18 | 15:10 น.

“สมชัย ระบุ ส่งตีความกฎหมายลูก สส.-สว.ทำเลือกตั้งเลื่อน 2-6 เดือน ชี้ สนช.ส่งตีความ สะท้อน ขาดประสิทธิภาพไม่รอบคอบ จี้ ทบทวนตัวเอง เผยระบบลต.ใหม่ทำแข่งขันสูง แนะสังคมรอดูหากหลังเลือกตั้งแก้ปัญหาไม่ได้ ต้องโทษคนร่างกติกา


เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง บรรยายพิเศษในหัวข้อ การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ให้กับผู้เข้าอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตังระดับสูงรุ่นที่ 9 ตอนหนึ่งว่า ภาพรวมที่จะทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมต้องดูสามอย่างคือ กติกา ผู้เล่น และประชาชน ส่วนของกติกามีกฎหมาย 4 ฉบับคือกฎหมายกกต. พรรคการเมือง เลือกตั้งสส.และการได้มาซึ่งสว. ซึ่งในส่วนของกฎหมายกกต. มีการเซ็ตซีโร่กกต.ชุดปัจจุบัน ต้องสรรหากกต.ใหม่ ซึ่งจะใช้เวลาอีกอย่างน้อย 6 เดือนจึงจะได้กกต.ชุดใหม่ หรือประมาณเดือนกันยายน ถ้ารวมโปรดเกล้าฯอาจจะมาเดือนตุลาคม 2561 โดยการเปลี่ยนม้ากลางศึกไม่เป็นผลดีต่อการจัดเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม การที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้สนช.ใช้อำนาจการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งขององค์กรอิสระแต่ละองค์กรแตกต่างกันนั้น หากสนช.มาจากการเลือกตั้งของประชาชนก็อาจมองว่าเป็นธรรมได้ แต่สนช.มาจากการแต่งตั้งการใช้อำนาจดังกล่าวจึงอาจถูกมองเป็นไปตามความพึงพอใจของคสช.เท่านั้นเพราะสนช.มาจากการแต่งตั้งการโหวตย่อมถูกสั่งกดปุ่มได้

นายสมชัย กล่าวอีกว่า ใครที่คิดส่งตีความร่างกฎหมาย สส.-สว.ต้องคิดให้ดี เพราะปมขัดแย้งกฎหมายส.ส.ทั้งเรื่องการลงคะแนนแทนคนพิการ และการตัดสิทธิการเมืองผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นเรื่องเล็ก เหมือนเป็นการฟื้นฝอยหาตะเข็บ ถ้ายื่นศาลรธน.จะทำโรดแมปเลื่อน 2 เดือน ส่วนกฎหมาย สว.จะทำเลือกตั้งเลื่อน 0-6 เดือน เนื่องจากหากเป็นประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่ได้ขัดในสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญก็ตัดเฉพาะส่วนบทเฉพาะกาลออกเลือกตั้งก็ไม่เลื่อน แต่ถ้าขัดกับสาระสำคัญต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนไป 6 เดือน แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าไม่ขัดในสาระสำคัญ อย่างไรก็ตามถ้ายื่นทั้งสองฉบับจะทำให้การเลือกตั้งเลื่อน 2-6 เดือน พร้อมกับท้า สนช. ที่ออกมารับประกันว่าการยื่นตีความจะไม่ทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป ออกมาประกาศให้ชัดเจนว่าจะไม่รับเงินเดือนช่วงเวลาที่ทำให้เลือกตั้งเลื่อนออกไป และยังเห็นว่า หากมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแสดงว่าสนช.คิดไม่รอบคอบ สะท้อนว่าทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ถือว่าเปลืองเงินเดือน โหวตกันท่วมท้นได้อย่างไร คิดช้าหรือเปล่า เหมือนกับที่ออกกฎหมายพรรคการเมืองแล้วต้องแก้ไข ควรทบทวนตัวเอง

นายสมชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเห็นว่าระบบเลือกตั้งใหม่ ทำให้ทุกพรรคต้องส่งผู้สมัครครบทุกเขต เพื่อให้ได้คะแนนมาคำนวณในระบบสัดส่วน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ใช้บัตรใบเดียว และการให้ผู้สมัครมีเบอร์แตกต่างกัน ก็ไม่เอื้อต่อการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม เพราะจะทำให้การแข่งขันรุนแรง ต้องใช้เงินมากขึ้น โดยประเมินพรรคเล็กส่งครบทุกเขตต้องใช้เงินอย่างน้อยเขตละ 1 แสนบาท ทั่วประเทศจะใช้เงินประมาณ 40-50 ล้าน พร้อมกับเตือนพรรคขนาดเล็กและพรรคตั้งใหม่ที่มองโลกในแง่ดีว่าส่งผู้สมัครครบทุกเขต แค่ได้คะแนนเสียง 200 เสียงต่อเขต เมื่อรวมทั้งประเทศจะได้ 7 หมื่นเสียง เพียงพอที่จะได้สส.สัดส่วน 1 คนว่า ในวันเลือกตั้งจริงอาจจะได้เขตละไม่ถึง 20 เสียงด้วยซ้ำ เพราะขนาดในการเลือกตั้งปี 50 และ 54 ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบพรรคการเมืองขนาดเล็กยังได้คะแนนน้อยที่สุดของทั้งประเทศเพียงหลักร้อยกับหลักพันเท่านั้น

Advertisement

นายสมชัย กล่าวด้วยว่า เมื่อนำร่างกฎหมายทั้ง4ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมารวมกันแล้วจะเป็นพิษหรือไม่ ยังไม่มีใครทราบต้องรอดูผลหลังการเลือกตั้ง หากปัญหาทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม ก็ต้องโทษคนเขียนกติกา เพราะมีเวลาในการร่างกฎหมายถึง4 ปีและมีขั้นตอนในการทบทวน แต่กลับร่างกฎหมายที่นอกจากจะไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้แล้วยังสร้างปัญหาใหม่ด้วย

ส่วนปัจจัยที่สองที่จะทำให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรมหรือไม่ คือนักการเมือง พรรคการเมือง หัวคะแนนนั้น ตนเห็นว่าจะหวังให้คนเหล่านี้ทำให้การเลือกตั้งสุจริตคงลำบาก เพราะคนเหล่านี้ต้องหวังที่จะชนะ และตราบใดที่วัฒนธรรมของสังคมไทยยังมีระบบอุปถัมภ์เรื่องเงินก็ยังเป็นประเด็นสำคัญที่จะหล่อเลี้ยงให้ผู้เล่นอยู่ในสายตาประชาชน ขณะที่ส่วนสุดท้ายคือประชาชนและสื่อมวลชนนั้น ก็เห็นว่าจะต้องมีการส่งเสริมให้รู้ในเรื่องกฎกติกาและมีส่วนร่วมในการวิพากษ์ วิจารณ์ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยความถูกต้อง รวมถึงส่งเสริมให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้งด้วย