เพียงการปรากฏตัวของ “พรรคอนาคตใหม่”ก็ก่อให้เกิดการเปรียบ เทียบขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
เปรียบเทียบระหว่าง “อนาคตใหม่” กับ “อนาคตเก่า”
เมื่อมีการนำเอาพรรคประชาชนปฏิรูป พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังธรรมใหม่ และพรรคพลังชาติไทย มาวางเรียงอยู่เคียงข้างกับพรรคอนาคตใหม่
ภาพของ “อนาคตเก่า” ก็จะมีความโดดเด่นขึ้นมา
เส้นแบ่งระหว่างความใหม่ ความเก่า มิได้มีอะไรสลับซับซ้อนในความรู้สึกของชาวบ้าน
เพราะ “อนาคตใหม่” ปฎิเสธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เพราะ”อนาคตเก่า” ยอมรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เห็นหรือยังว่าเพียงแค่ขยับตัวผ่าน”วาทกรรม”ไม่เอานายกรัฐมนตรี คนนอกอันเปล่งมาจาก”พรรคอนาคตใหม่”
ก็นำไปสู่ “สันปันน้ำ”ในทางการเมือง
ทั้งนี้ แทบไม่ต้องเอ่ยถึง “รัฐธรรมนูญ” ที่บิดเบี้ยวและไม่ต้อง การเห็นประชาธิปไตย”อารยะ” หรือประชาธิปไตย”สากล”
ทั้งนี้ แทบไม่ต้องเอ่ยถึง”ยุทธศาสตร์ชาติ”
เพราะไม่ว่า “รัฐธรรมนูญ” ไม่ว่า”ยุทธศาสตร์ชาติ”ยกร่างและจัดทำขึ้นโดยกลุ่มบุคคลที่อายุเกิน 70 ปีไปแล้วโดยเฉลี่ย
เท่ากับเป็นการวาง”อนาคต”อันมาจาก”อดีต”
เท่ากับเป็นการวาง”อนาคต”โดยคนที่อยู่ในเกณฑ์จะตายวันตายพรุ่งให้กับ “คนรุ่นหลัง” โดยที่คนรุ่นหลังแทบไม่ได้มีส่วนร่วมแต่อย่างใด
นี่คือการปะทะในเรื่องของ “อดีต”และ”อนาคต”อันมากด้วยความแหลมคม
อย่าได้แปลกใจที่เมื่อปรากฏ”พรรคอนาคตใหม่”ก็จะมีรูปธรรมแห่งบรรดา”พรรคอนาคตเก่า”ปรากฏขึ้นด้วย
ปรากฏขึ้นอย่างมีนัยะแห่งการเปรียบเทียบ
นั่นก็คือ จัดแบ่งข้างฝ่ายระหว่างพรรคประชาชนปฏิรูป พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังชาติไทย พรรคพลังธรรมใหม่ กับ พรรคอนาคตใหม่
การปะทะในทาง”ความคิด”และในทาง”การเมือง”จึงจะดำเนินไปด้วยความเข้มข้น แหลมคม
“เดิมพัน” จึงมิได้อยู่ที่ผล”การเลือกตั้ง”อย่างเดียว

