‘วรเจตน์’ ยัน ‘ปิยบุตร’ ขาดจากนิติราษฎร์โดยสภาพ ขออย่าโยงพรรคอนาคตใหม่

18.03.18 | 16:43 น.

‘วรเจตน์’ ยัน ‘ปิยบุตร’ ขาดจากนิติราษฎร์โดยสภาพ ขออย่าโยงพรรคอนาคตใหม่

เมื่อเวลา13.30 น. วันที่ 18 มีนาคม ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ความคิดนิติปรัชญา” โดย ศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ศาสตราจารย์ประจำศูนย์กฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ช่วงหนึ่ง ศ.ดร.วรเจตน์ ตอบคำถามถึงการที่ ผศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกนิติราษฎร์ ร่วมตั้งพรรคอนาคตใหม่ กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่า ช่วงยังไม่มีชื่อพรรคสื่อจำนวนหนึ่งเรียกว่า “พรรคนิติราษฎร์” ทำให้หลายคนเข้าใจว่านิติราษฎร์ทำงานการเมืองหรืออยู่เบื้องหลังพรรคนี้

“อ.ปิยบุตรเป็นลูกศิษย์รุ่นแรกของผม เป็นคนที่มีความสามารถทางวิชาการสูงมาก ผมเสียดายมากที่อ.ปิยบุตรจะออกจากรั้วมหาวิทยาลัย เพราะเชื่อว่ายังสามารถทำงานทางวิชาการได้อีกมาก อ.ปิยบุตรมาปรึกษาและบอกเหตุผล อ.ปิยบุตรอยากให้เกิดทางเลือกใหม่ อยากเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองให้เกิดทางเลือกมากขึ้น และบอกว่าไม่มีข้อจำกัดในทางส่วนตัว สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ผมจึงไม่คัดค้าน ในฐานะครูเราเพียงแต่ดูเงื่อนไขปัจจัยต่างๆ และรับรู้เรื่องราวมาระยะหนึ่ง

“นิติราษฎร์ที่ได้รับความกระทบจากการยึดอำนาจ 2557 บทบาทที่โดดเด่นคือการลบล้างผลพวงรัฐประหาร และการเสนอแก้ประมวลกฎหมายอาญาม.112 ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก เช่นที่ผมถูกทำร้ายร่างกาย เป็นข้อเสนอที่เรียกร้องให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเปิดเผย นับแต่ปี 2500 ม.112ก็เคยถูกแก้มาแล้วในปี 2519ให้โทษสูงขึ้น ไม่ใช่ว่าไม่เคยถูกแก้ เป็นเรื่องที่สังคมควรพูดมาพิจารณากัน เมื่อถูกใช้เป็นเครื่องมือฟาดฟันทางการเมือง เมื่อข้อเสนอตกตามวาระสภา เราถือว่าทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว เป็นข้อเสนอที่โต้แย้งได้

Advertisement

“ช่วงที่ผ่านมาบทบาทนิติราษฎร์ลดลง แต่ไม่ได้เลิกอย่างเป็นทางการ อ.ปิยบุตรจึงมองว่าจะทำอะไรบางอย่างทางการเมือง อ.ปิยบุตรเป็นคนหนุ่มต้องการผจญภัยเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสังคมการเมือง ที่ต้องพูดให้ชัดว่าอย่าเรียกพรรคอนาคตใหม่ว่าพรรคนิติราษฎร์ เพราะผมไม่ได้อยู่เบื้องหลัง ไม่ได้เป็นที่ปรึกษา ไม่ได้ทำอะไรเลยกับพรรคนี้ ในความสัมพันธ์ทางส่วนตัวนั้นตัดไมไ่ด้ แต่ผมมีจุดยืนของผม ข้อเสนอที่นิติราษฎร์เคยเสนอไม่เกี่ยวกับพรรคอนาคตใหม่ ถ้าพรรคเห็นว่าดีรับไปทำผมก็ยินดี ไม่ใช่เฉพาะพรรคนี้พรรคเดียว ผมไม่ได้อยู่เบื้องหลังใคร และไม่มีใครอยู่เบื้องหลังผม

“เรื่องม.112ที่สื่อโจมตีอ.ปิยบุตรอยู่ ไม่ควรเอาเรื่องนี้มาเป็นภาระอ.ปิยบุตร ถ้าไม่ถูกต้องก็ชี้มาที่นิติราษฎร์ อ.ปิยบุตรขาดจากการเป็นนิติราษฎร์ทางสภาพแล้ว เมื่อทำงานทางการเมือง ขณะที่คนอื่นยืนอยู่ในทางวิชาการ สื่อไม่ควรมโน เป็นการไม่เคารพต่อคนอ่าน ขาดความเป็นมืออาชีพ อยากรู้อะไรก็ถาม วันนี้ผมพูดชัด อ.ปิยบุตรไปทำงานทางการเมืองไป อนาคตพรรคจะเป็นยังไงเขาต้องไปคุยกันเอง อ.ปิยบุตรรู้ว่าเมื่อเข้าสู่การเมืองเป็นอีกเฟสของชีวิตจะเจออะไรอีกหลายอย่าง ในการเมืองไทยโดยเฉพาะภายใต้กติกาแบบนี้ แต่อย่างน้อยก็เป็นความหวังดีกว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย แต่ผมเชื่อว่าที่สุดสังคมไทยจะไม่เปลี่ยนแปลงถ้าไม่ปรับกติกาที่ต้องคำนึงถึงคุณค่าขั้นต่ำหรือการมีเรื่องสองมาตรฐาน”