คล้ายกับกรณี “ทำอย่างไรจะทำให้ประชาชนหายโง่” เพื่อเตรียมรับ กับ “ครม.สัญจร” ครั้งใหม่จะเป็นเรื่องระดับจังหวัด เป็นเรื่องเฉพาะส่วน
แต่ก็สามารถ “บานปลาย” กลายเป็นเรื่องระดับ “ประเทศ”
แต่ก็สามารถ “บานปลาย” จากเรื่องของการใช้คำให้พัฒนาไปสู่ประเด็นในทาง “การเมือง”
มิได้เป็นการเมืองระดับ “ผู้ว่าฯ” หรือ “รองผู้ว่าฯ”
ตรงกันข้าม ทำท่าว่าแนวโน้มจะขยายกลายเป็นเรื่องของ “นายกรัฐมนตรี”
อาจเพราะว่าสัมพันธ์กับ “ครม.”
แต่ที่ล้ำลึกยิ่งกว่านั้นยังเนื่องแต่ประเด็น “ทำอย่างไรให้ประชา ชนหายโง่” มากกว่า
บางคนที่อายุเลยหลัก 6 ไปแล้ว อาจนึกถึงที่เคยอ่านหนังสือแบบเรียนสมัยที่อยู่ชั้นประถมได้
โดยเฉพาะประโยค “แต่ก่อนคนเรายังโง่”
นอกจากจะมีประโยคเหล่านี้ ยังมีภาพลายเส้นวาดรูปคนอาศัยอยู่ในถ้ำถือกระบอง
นั่นย่อมเป็นเรื่องเมื่อ 50 และ 60 ปีก่อน
แต่เมื่อปรากฎประโยค “ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่” ในหนังสือราชการกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่โต
ทหารใหญ่บางท่านถึงกับระบุว่า “เป็นการวางยา”
สะท้อนให้เห็นถึงขัดแย้ง แย่งชิงผลประโยชน์กันภายในหมู่ข้าราชการ จึงได้แกล้งร่างและพิมพ์หนังสือลักษณะนี้ให้ผู้ใหญ่ลงนามในคำสั่ง
ยิ่งเมื่อตระหนักว่า ในจังหวัดอุดมไปด้วยคนเห็น “ต่าง” ในทางความคิด ในทางการเมือง ยิ่งกลายเป็นเรื่องใหญ่
กลายเป็นการประจาน “ผู้ใหญ่” ในคสช.ในรัฐบาล
ในความเป็นจริง แนวคิดที่เห็นว่า “ประชาชนโง่” ดำรงอยู่อย่างหนาแน่นและมั่นคง
ไม่เพียงแต่ในแวดวง “ราชการ” หากแม้กระทั่งใน “การเมือง”
หากจับเอา “คำพูด” ของผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ว่าในแวดวง “การเมือง” ไม่ว่าในแวดวง “ราชการ” ก็จะหลุดออกมาเสมอ เพียงแต่มิได้โจ่งแจ้งตรงไปตรงมาอย่างที่ปรากฏในจังหวัดขอนแก่น
นั่นก็คือ “ทำอย่างไรจึงจะให้ประชาชนหายโง่”

