“วิษณุ”เผยผลสอบ พ.ม.-ป.ป.ท.ไม่ขัดแย้งกัน พบโกงเกือบ 50 จว. จ่อปรับแก้วิธีรับเงิน

19.03.18 | 15:41 น.

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่โรงแรมอนันตรา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาการทุจริตเงินช่วยเหลือคนยากจน คนไร้ที่พึ่ง ว่า การตรวจสอบของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พบหลักฐานจ่ายเงินไม่เต็มจำนวน โดยหักไว้ส่วนหนึ่ง และทำบัญชีเท็จเพื่อเบิกเงิน ซึ่ง ป.ป.ท.ตรวจสอบพบความผิดในหลายจังหวัด คาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้ จะสามารถดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐผู้กระทำความผิดได้ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบของ ป.ป.ท.และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คาดว่าจะตรวจสอบเสร็จเร็วกว่ากรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ เนื่องจากเป็นการแยกกันตรวจสอบ ทาง พม.ตรวจทางวินัยและได้ย้ายเจ้าหน้าที่ และพักงานไปแล้วบางจังหวัด ขณะที่บางส่วนก็ได้กันตัวไว้เป็นพยาน ส่วน ป.ป.ท.ตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีอาญา โดยมีการรายงานความคืบหน้ามายังตนและนายกฯทุกสัปดาห์ ล่าสุดตรวจสอบไปแล้วเกือบ 50 จังหวัด จาก 76 จังหวัด โดยในส่วนของคดีอาญาต้องทำให้รอบคอบเพื่อไม่ให้ไปถึงในชั้นศาลแล้วพิพากษายกฟ้อง ดังนั้น ในภาพรวมทั้งหมดที่จะมีการกล่าวหาพาดพิงถึงข้าราชการหลายคนให้รอฟังผลสรุปจาก ป.ป.ท. สำหรับการตรวจสอบทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต เป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการพบความผิดปกติและตรวจสอบเอง จึงไม่ต้องรายงานมาที่ตน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังพบการทุจริตจำนวนมากในปี 61 จะยกเลิกโครงการหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า จะไปหักด้ามพร้าด้วยเข่าไม่ได้ เพราะเป็นโครงการที่ดีเพื่อช่วยประชาชนผู้ยากไร้ เมื่อพบการทุจริตต้องแก้ไขไม่ใช่ยกเลิก อาจจะปรับเปลี่ยนวิธีการจ่ายเงิน จากการลงพื้นที่เพื่อพบปะและจ่ายเงินสดโดยตรง ซึ่งเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริต ก็อาจจะเปลี่ยนไปจ่ายผ่านพร้อพเพย์หรือวิธีอื่นๆ เพราะคนจน คนไร้ที่พึ่งยังมีอยู่จริง การสงเคราะห์ยังเป็นเรื่องจำเป็น ยกตัวอย่าง มีการโกงเลือกตั้งจะไปยกเลิกไม่ให้มีการเลือกตั้งก็ไม่ได้ วิธีการจึงต้องหาทางแก้ไขไม่ให้โกง