เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก เล่าเหตุการณ์ประทับใจ จากการพูดคุยกับคนขับอูเบอร์แท็กซี่ โดยเฉพาะประเด็นการเมืองและนโยบายสาธารณะ โดยระบุว่า
วันนี้โชคดี รถติดมาก แถมไม่มีรถใช้ เลยต้องเรียก Uber แบบที่เป็นแท็กซี่มิเตอร์
โชคดีเพราะเลยทำให้ได้นั่งคุยยาวๆ กับคนขับแท็กซี่ ชื่อคุณนัชพล เป็นคน อ.ภูเวียง จ. ขอนแก่น
นัชพลเล่าว่าชอบ Uber มาก ซึ่งเขาบอกว่า Uber ทำให้ทุกอย่างมีระเบียบ ตัวบริษัทเข้มงวดกับผู้ขับ ไม่เหมือนอู่แท็กซี่หลายแห่งที่คนขับบางคนไม่มีใบขับขี่ก็ยังเช่ารถได้ แต่ใครจะขับ Uber บริษัทตรวจละเอียดมาก
และเป็นทางเลือกที่ดีที่ทำให้เขาไม่ต้องพึ่งระบบหากินที่ไม่เป็นธรรม อย่างเช่นที่ดอนเมืองที่จะมี “นายหน้า” คอย “จับ” นักท่องเที่ยวต่างประเทศ เรียกค่าโดยสารแพงๆ แล้วหักส่วนไว้ให้ตนเองและเจ้าหน้าที่การท่าฯ เหลือให้แท็กซี่เองไม่มาก ผู้โดยสารก็ต้องจ่ายแพงเกินควร
คุยกันไปสักพักนัชพลหันมาถามว่าผมคือกรณ์หรือเปล่า (พอดีเลขาฯเป็นคนจอง ชื่อผมเลยไม่ปรากฏในระบบ) พอผมยืนยันว่าใช่ก็เลยเริ่มแตะเรื่องการเมือง
แน่นอนเขาถามว่าเมื่อไรจะมีเลือกตั้ง และอยากเห็นการเลือกตั้งลงไปถึงระดับผู้ว่าจังหวัดและนายอำเภอ เขาสรุปว่า “คนที่ดูแลท้องถิ่นก็ควรมาจากท้องถิ่น ไม่งั้นมาแล้วก็ไป ทำงานก็ต้องเอาใจนายที่กรุงเทพมากกว่าชาวบ้านในพื้นที่”
เราพูดกันถึงนโยบายต่างๆ นัชพลตั้งคำถามว่าทำไมทหารมีอำนาจเต็มมือแต่ปล่อยให้มียาเสพติดเพิ่มขึ้นมากมาย แถวหนองแขมที่เขาอาศัยอยู่ ยาบ้าราคาถูกกว่าสมัยก่อน และแพร่หลายมากขึ้น
พอพูดถึงชนบทอีสาน นัชพลบอกว่าเงินที่รัฐบาลนี้โปรยลงไปในโครงการต่างๆ ไม่ว่าโครงการคนจนหรือการแจกเงินชาวนา ล้วนเป็นการใช้เงินที่ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่ได้แม้แต่ใจชาวบ้าน สาเหตุเพราะมีกรณีมากเกินไปที่ชาวบ้านเห็นว่าคนไม่ทำนาจริงได้เงินบ้าง คนจนจริงไม่ได้บ้าง จึงมีความรู้สึกว่าน่าจะมีวิธีใช้เงินช่วยชาวบ้านที่ดีกว่านี้
สุดท้ายนัชพลแนะนำผมว่า ชาวบ้านอีสานต้องการแค่สองอย่าง “ข้าวราคาดี และนํ้าให้เขาใช้ทั้งปี”
เป็น feedback ที่มาจากใจจริงประชาชนคนหนึ่ง ไม่มีการใช้วาทกรรมใดๆ ที่ฟังมาจากคนอื่น และไม่ได้หวังอะไรนอกจากว่าคนอย่างผมวันหนึ่งอาจจะเข้าไปทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
รู้สึกดีที่รถติด และรู้สึกดีที่เป็นนักการเมือง

