‘บิ๊กป้อม’ รับคณะ EJF พร้อมชมไทยพยายามแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย IUU

22.03.18 | 13:09 น.

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับนายสตีฟ เทรนท์ (Steve Trent) ผู้อำนวยการบริหาร Environmental Justice Foundation : EJF จากสหภาพยุโรป และคณะ เพื่อหารือและรับทราบความคืบหน้าการขับเคลื่อนแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย IUU

โดย พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้กล่าวขอบคุณนายสตีฟที่สนับสนุนไทยในการทำงานแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎมายมาอย่างต่อเนื่อง และแจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานที่สำคัญด้านต่างๆ เช่น การจัดการกองเรือไทย ซึ่งปัจจุบันได้จดทะเบียนควบคุมเรือประมงทุกลำเกือบสมบูรณ์แล้ว การเพิ่มประสิทธิภาพระบบติดตามควบคุมและเฝ้าระวังการกระทำผิดในน่านน้ำ ด้วยการเพิ่มบุคลากรและนำอากาศยานไร้คนขับเฝ้าตรวจ นอกจากนั้น ได้เพิ่มความเข้มบังคับใช้กฎหมายและเร่งความคืบหน้าตัดสินคดีที่เกี่ยวข้อง โดยจัดตั้งคณะทำงานพิเศษ เพื่อพิจารณาคดีภายใต้ศาลอาญา
พร้อมทั้งได้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะล่าสุดของ EJF ในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว เช่น การพัฒนากรอบกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างร่างกฏหมาย เพื่อรองรับการให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO และได้ปรับแก้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว การจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว โดยประกาศให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาจดทะเบียนให้เสร็จสิ้นภายใน 31 มีนาคมนี้ รวมถึงเร่งรัดกระบวนการพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จภายใน 30 มิถุนายน 2561 นอกจากนั้น ได้พัฒนาระบบจ่ายค่าแรงประมงผ่านบัญชีธนาคาร โดยบังคับให้นายจ้างต้องจ่ายเงินเดือนแรงงานผ่านบัญชีธนาคาร ผ่านสัญญาจ้างแล้ว เพื่อให้แรงงานได้รับความเป็นธรรม

พล.ท.คงชีพกล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะผลักดันบทบาทนำการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย IUU ในกรอบอาเซียน โดยเสนอให้ EJF เข้ามามีส่วนร่วมด้วย และกล่าวขอความร่วมมือ EJF ในสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ เพื่อให้ไทยสามารถปลดใบเหลืองได้โดยเร็ว และสามารถยกระดับความร่วมมือกับ EJF ในการทำงานร่วมกันสู่ภูมิภาคต่อไป

“นายสตีฟและคณะได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญและเห็นถึงความตั้งใจในการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย IUU และกล่าวชื่นชม พล.อ.ประวิตร ที่ริเริ่มและช่วยผลักดันขับเคลื่อนแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาตลอด โดยเห็นถึงความพยายามและพัฒนาการของการแก้ปัญหาการทำประมงของไทยที่ผ่านมาอย่างมาก แม้จะมีปัญหาบ้าง แต่ในระยะยาวจะเป็นประโยชน์ต่อชาวประมงและลูกหลาน ซึ่งจะมีทรัพยากรทางทะเลใช้ร่วมกันอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งย้ำว่า ความพยายามอย่างหนักของไทยจะเป็นตัวอย่างที่นานาชาติสามารถนำไปเป็นแนวทางแก้ปัญหาการทำประมง IUU และอยากเห็นไทยมีบทบาทนำในภูมิภาคอาเซียนและทำงานร่วมกับ EU ในการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย IUU ต่อไป” โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว

Advertisement