‘ปชป.’เชิญปชช.ยืนยันตนเป็นสมาชิกพรรค1เม.ย.นี้ ‘อภิสิทธิ์’พร้อมประชุมร่วมกกต.28มี.ค. หวังได้ข้อยุติเรื่องปลดล็อกพรรค

25.03.18 | 11:29 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 มีนาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. แถลงถึงการยืนยันสมาชิกพรรค ว่า ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้พรรคการเมืองเก่า และพรรคการเมืองใหม่ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ซึ่งแตกต่างจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง แต่พรรคการเมืองไม่สามารถทำตามกฎหมายนี้ได้ เพราะติดล็อกคำสั่ง คสช. อีกทั้ง ปลายเดือนธันวาคม 2560 คสช.ก็ออกคำสั่งให้พรรคการเมืองว่า ให้สมาชิกพรรคมีหนังสือยืนยันการเป็นสมาชิกต่อพรรคการเมือง และชำระค่าบำรุงพรรคภายใน 30 วัน ตามกำหนดคือวันที่ 30 เมษายนนี้ และหากถ้าเกินกำหนดแล้วไม่มายืนยันการเป็นสมาชิกพรรค ก็จะถือว่าบุคคลผู้นั้นสิ้นสภาพการเป็นสมาชิกพรรคตามคำสั่ง

“พรรค ปชป.ขอเชิญชวนให้ทุกท่านมาแสดงตน เพื่อยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้ โดยท่านสามารถไปทำเรื่องดังกล่าวได้ที่ 1.ที่สำนักงานใหญ่พรรค ปชป. 2.ที่ทำการสาขาพรรคทั่วประเทศ และ 3.ที่ทำการของอดีต ส.ส.พรรค ปชป.ทั่วประเทศ โดยทุกสถานที่ทั่วประเทศเราจะมีการประกาศอีกครั้งเพื่อให้สมาชิกได้รับทราบ โดยจะประกาศผ่านเว็บไซต์ และเฟซบุ๊กของพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไป โดยผู้ที่จะมายืนยันการเป็นสมาชิกพรรค ปชป.จะต้องมีหนังสือยืนยันยื่นต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ว่าท่านไม่มีลักษณะต้องห้ามใดๆ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านมายืนยันด้วย” นายองอาจกล่าว

นายองอาจกล่าวว่า สำหรับค่าการชำระค่าบำรุงพรรคนั้นมี 2 แบบคือ 1.การชำระค่าบำรุงพรรคตลอดชีพจำนวน 2,000 บาท และ 2.การชำระค่าบำรุงพรรครายปีจำนวนปีละ 100 บาท เมื่อครบกำหนด 1 ปี ถ้าประสงค์จะเป็นสมาชิกต่อ ก็มาชำระในปีต่อๆ ไป นอกจากนี้ ยังมีเรื่องหนึ่งที่คิดว่าไม่น่าจำเป็นคือ การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้นำสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน มาใช้ยืนยันนั้น ขอให้ กกต.ทบทวนเรื่องนี้ เพราะสมาชิกพรรค ปชป. 2.5 ล้านคน ตอนมายืนยันตัวตนจะต้องมีบัตรประชาชนมาแสดงอยู่แล้ว เพราะเป็นขั้นตอน การนำบัตรประชาชนมาก็จะสามารถแสดงข้อมูลตามเลข 13 หลักได้ และเราก็จะทราบรายระเอียดของบุคคลนั้นๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการให้นำสำเนาอีกถือเป็นเรื่องที่สิ้นเปลือง เป็นภาระสมาชิกพรรค อยากให้ กกต.ทบทวน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เพื่อเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่ประสงค์ให้ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในพรรคการเมืองมากที่สุด อะไรที่เป็นภาระ ไม่จำเป็นต่อประชาชน กกต.ต้องทบทวนเรื่องนี้ใหม่

นายองอาจกล่าวอีกว่า ส่วนผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค หากประสงค์จะสมัคร ขอยืนยันว่าประชาชนทั่วประเทศไม่สามารถยื่นสมัครเป็นสมาชิกพรรคได้ เพราะมีคำสั่งล็อกของ คสช.เอาไว้ ดังนั้น ตราบใดที่ คสช.ไม่ปลดล็อก พรรคการเมืองก็ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงขอให้ คสช.พิจารณาคำสั่งการปลดล็อกพรรคการเมืองด้วย เราทราบดีว่า คสช.กังวลเรื่องความมั่นคง แต่พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าประเด็นปัญหานี้ คสช.ไม่น่ามีความกังวล เนื่องจาก คสช.อาจคลายล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมบางอย่างได้ เช่น เปิดโอกาสให้มีการรับสมัครสมาชิกพรรคได้ ให้สมาชิกพรรคจ่ายเงินบริจาคได้ และให้มีการประชุมเพื่อจัดการเรื่องต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ ทั้งนี้ เรื่องเหล่านี้ไม่น่าจะมีปัญหาต่อความมั่นคง ถ้า คสช.ทำให้ได้ก็จะสร้างความมั่นใจไปสู่นานาชาติและคนในประเทศได้ว่า เราจะเดินหน้าเลือกตั้งตามโรดแมป

นายองอาจกล่าวอีกว่า ในวันที่ 28 มีนาคมนี้ พรรค ปชป.ได้ถูกเชิญจาก กกต.ให้ไปประชุมร่วมกัน โดยนายอภิสิทธิ์จะนำเจ้าหน้าที่ไปประชุมร่วมด้วย ซึ่งเราคาดหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นเวทีในการได้ข้อสรุปอย่างชัดเจนว่าพรรคการเมืองสามารถดำเนินไปตามกฎหมายพรรคการเมือง โดยไม่ขัดหรือแย้งต่อคำสั่ง คสช.ได้หรือไม่ อย่างไรบ้าง เพราะยังมีหลายเรื่องที่ไม่ตรงกัน ดังนั้นการประชุมจึงควรเป็นเวทีที่หาข้อยุติ ข้อสรุปให้มีความชัดเจนในวันนั้นทั้งหมด เพราะหลังจากนั้น พรรคการเมืองจะมีเวลา 3 วัน ก่อนจะถึงวันที่ 1 เมษายน ที่จะต้องเข้าสู่การยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค และเรื่องจะไปเกี่ยวข้องกับการทำไพรมารีโหวตอีกด้วย

Advertisement