หน้าแรก การเมือง วิลาศ จองกฐิน...

วิลาศ จองกฐินผู้ว่า รฟม.คนใหม่ ซัดประวัติด่างพร้อยจ่อยื่นสอบ แต่ขอรอหลังมี รบ.เลือกตั้ง

25.03.18 | 15:03 น.

“วิลาศ” เผย 2 ปมด่างพร้อย “ภคพงศ์” เอื้อ ช.การช่าง แต่ยังได้เป็น ผู้ว่า รฟม. เตรียมยื่น ป.ป.ช.-สตง. สอบผู้เกี่ยวข้องกราวรูด หลังมีรัฐบาลเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 มีนาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรค ปชป. แถลงถึงกรณีที่ ครม.มีมติตั้ง นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ เป็นผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในการประชุม ครม.เมื่อที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า นายภคพงศ์ มีประเด็นที่ถูกตรวจสอบ 2 กรณีคือ 1.กรณีที่นายภคพงศ์มีการช่วยเหลือ บริษัท ช.การช่าง ซึ่งเป็นผู้รับเหมาสัญญาโครงการรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงินส่วนต่อขยาย ช่วงสนามไชย-ท่าพระ เพื่อเปลี่ยนแปลงงานให้กับผู้รับเหมา ทำให้ รฟม.ต้องเสียเงินเพิ่มอีก 290 ล้านบาท ทั้งๆ ที่กรณีนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหนังสือถึง รฟม.สองครั้งให้มีการสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และรักษาการผู้ว่า รฟม.ในขณะนั้นคือนายรณชิต แย้มสะอาด ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ผลสรุปว่ามีความผิดจริง จึงตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2558 แต่ในวันที่ 28 มกราคม 2558 ที่ประชุมบอร์ดมีมติให้ชะลอการทำหน้าที่ของกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงซ้อนขึ้นมาหนึ่งชุด ทั้งๆ ที่ไม่ใช่อำนาจของบอร์ดโดยไม่ยอมรับผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรรมการชุดที่รักษาการผู้ว่า รฟม.แต่งตั้งขึ้น ต่อมายังมีมติยกเลิกกรรมการสอบวินัยร้ายแรงที่รักษาการผู้ว่า รฟม.ตั้งขึ้นด้วย อีกทั้งยังมีมติตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง นายรณชิตและปลดในวันเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบนายภคพงศ์ ก่อนที่จะนำไปสู่การแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่า รฟม.


นายวิลาศกล่าวต่อว่า และ 2.แก้ไขสัญญาโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก คือช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี เอื้อประโยชน์ใหักับบริษัท ช.การช่าง ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการนี้ มีสิทธิเรียกร้องเงินเพิ่ม กรณีที่ รฟม.ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ตามกำหนดในสัญญา ซึ่งขัดกับเอกสารประกวดราคาที่กำหนดไว้แต่แรกว่าผู้รับเหมาจะได้ขยายเวลาก่อสร้างเท่านั้น แต่ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินเพิ่มจาก รฟม. และยังขัดแย้งกับความเห็นของอัยการสูงสุดที่ รฟม.ได้สอบถามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมติ ครม.ที่แต่งตั้งนายภคพงศ์ได้ แต่ตนจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดยื่นต่อ ป.ป.ช.และ สตง.หลังมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งให้ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องด้วย