‘ทนายจูน’ ส่งต่อกำลังใจแก่ ปชช. ขอสู้ต่อช่วง ปชต.ถูกทำลายเรื้อรัง หลังรับรางวัล ‘ผู้หญิงกล้าหาญนานาชาติ’

25.03.18 | 15:20 น.
AFP

หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกามอบรางวัล “ผู้หญิงกล้าหาญนานาชาติ” ประจำปี 2561 ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ น.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ หรือทนายจูน ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนภายหลังการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เพื่อให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการรัฐประหารและคดีที่มีเหตุจูงใจทางการเมือง เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ตามเวลาในสหรัฐ

ถือเป็นสตรีคนที่ 2 ของไทยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ต่อจาก น.ส.รจเรข วัฒนพานิชย์ เจ้าของร้านหนังสือ Book Re:public และผู้ก่อตั้งร่วมองค์กรการสร้างความตื่นรู้เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย ที่ได้รับรางวัลเมื่่อปี 2559

ล่าสุด น.ส.ศิริกาญจน์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เผยว่าได้รับโอกาสสำคัญในชีวิตที่ได้พบผู้หญิงที่รับรางวัลในเวทีเดียวกัน อันเป็นตัวแทนการต่อสู้จากที่ต่างๆ จึงขอส่งต่อข้อคิดที่ได้รับให้แก่ทุกคน และให้กำลังใจคนที่ยืนหยัดต่อสู้ ด้วยหวังถึงความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

ระบุว่า

“ดิฉันได้รับโอกาสสำคัญอีกครั้งในชีวิต ไม่ใช่การได้รับรางวัล International Women of Courage 2018 เท่านั้น แต่ที่ประทับใจมากในครั้งนี้ คือ โอกาสที่ได้มาพบและรู้จักกับผู้หญิงที่กล้าหาญท่านอื่นๆ ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลเป็นตัวแทนเรื่องราวการต่อสู้ของผู้คนอีกมากมายในต่างที่ที่ร้อยรัดกันด้วยเรื่องพื้นฐานมากๆ คือ ยุติธรรม สันติภาพ และศักดิ์ศรีของคน อยากให้ทุกท่านที่ติดตามและแสดงความยินดีต่อการที่ดิฉันได้รับรางวัลนี้ลองอ่านทำความรู้จักผู้หญิงท่านอื่นๆกับเรื่องราวของเธอ มีทั้งที่เกิดมาเป็นทาสและสู้จนมาเป็นสมาชิกสภา มีทั้งภรรยาที่เสียสามีและแม่ที่เสียลูกจากการฆ่าล้างเผ่าพันธ์และเธอได้กลายเป็นผู้นำเหยื่อความรุนแรงนั้นเรียกร้องความเป็นธรรม มีทั้งคุณแม่ที่กล้าหาญสู้กับไอซิสด้วยการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม มีทั้งผู้กำกับหนังเขียนบทหนังเพื่อเล่าเรื่องความอยุติธรรมและการละเมิดสิทธิจากการใช้ความรุนแรงและการสงคราม มีทั้งแพทย์ที่ทุ่มความรู้ความสามารถเพื่อเยียวยาเหยือที่ถูกข่มขืนทำร้ายทรมานจากช่วงสงคราม อีกคนก็นำและสร้างแพทย์นิติเวชเพื่อใช้นิติวิทยาศาสตร์ในกระบวนการยุติธรรมเพื่อสู้กับการพ้นผิดลอยนวลคนผิด มีทั้งแม่ชีที่อุทิศตนสอนหนังสือและช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในทวีปแอฟริกา มีทั้งทนายความที่ทำคดีช่วยผู้หญิงเด็กที่โดนคุกคามทางเพศจนทำให้เหยื่อความรุนแรงคนอื่นเริ่มออกมาเรียกร้องความยุติธรรมและเปิดเผยเรื่องราว

Advertisement

ดิฉันจึงเป็นเหมือนลูกสาวของเธอทั้งหลาย ที่กอดและบอกกับดิฉันว่า “ดีใจและมีแรงชีวิตที่มีคนอายุน้อยที่กล้าหาญ กล้าหาญ คือ ถึก ทน ทำ ไม่ใช่สักแต่ห้าวหาญเพียงวาจา และยังทำในสิ่งที่ถูกต้องต่อไป แม้คนไม่เห็นด้วยหรือไม่เห็นว่าเราทำ”

ดิฉันจึงขอส่งต่อข้อคิดนี้แก่เพื่อนร่วมงานและทุกท่าน เพราะรางวัลนี้เป็นของทุกคนที่กล้าหาญ เป็นรางวัลที่สะท้อนความเข้มแข็งและมั่นคงในสิ่งที่ถูกต้องของเพื่อนร่วมงาน นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรม และประชาชนที่กล้าหาญแม้อยู่ในช่วงเวลาที่มืดมิด ในสถานการณ์ที่การละเมิดสิทธิประชาชนและทำลายประชาธิปไตยยังคงเรื้อรัง

กำลังใจสำหรับทุกคน เพื่อยืนหยัดและก้าวต่อ ในการต่อสู้ที่ไม่มีวันจบสิ้น เช่นกันกับความหวังของเราต่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นก็ต้องไม่สิ้นลงค่ะ”