‘รสนา’ อัด 4 ปี คสช.-รัฐบาล ทำรัฐวิสาหกิจอ่อนแอ-เอื้อประโยชน์ให้เอกชนใหญ่

25.03.18 | 15:25 น.
รสนา โตสิตระกูล

นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กทม.และอดีต สปช. โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นถึงการบริหารงานของรัฐบาลเชิงตั้งคำถาม โดยระบุว่า

มติของรัฐบาล คสช.ที่จะแยกทรัพย์สินออกจากบริษัท กสท.(CAT) และบริษัททีโอที (TOT) มาตั้งบริษัทลูกอีก 2 บริษัท ได้แก่


1) บริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (National Broadband Network : NBN Co)
2) บริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูล อินเตอร์เน็ต จำกัด (Neutral Gateway & Data Center: NGDC Co)

การล้วงทรัพย์สินหลักซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการประกอบการของบริษัท กสท.และบริษัท ทีโอที ที่เป็นรัฐวิสาหกิจ 100% มาตั้งบริษัทลูก เป็นการจงใจบริหารให้ทั้ง 2 บริษัทรัฐวิสาหกิจต้องเจ๊ง เพราะทั้ง 2 บริษัทต้องเช่าโครงข่ายของตนเองที่ถูกแยกไปเป็นของบริษัทลูก ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุน ทำให้แข่งขันกับเอกชนไม่ได้ เป็นขั้นตอนในการทำลายทั้ง 2 รัฐวิสาหกิจให้ล้มหายตายจากไปในที่สุด เพื่อถ่ายโอนทรัพย์สินที่เป็นโครงข่ายพื้นฐานให้เอกชนไว้ใช้หากำไร ใช่หรือไม่

ในขณะที่ คสช.เตรียมใช้มาตรา 44 อุ้มบริษัทเอไอเอส และบริษัททรูให้สามารถผ่อนจ่ายค่าใบอนุญาตงวดสุดท้ายเพื่อช่วยบริษัทเอกชนลดดอกเบี้ยได้ถึง 3 หมื่นล้านบาท แต่กลับบริหารให้ กสท.และทีโอทีมีต้นทุนสูงขึ้น เพื่อให้เจ๊งใช่หรือไม่

Advertisement

ควรแล้วหรือที่รัฐบาล คสช.จากการรัฐประหารจะเข้ามาบริหารเพื่อล้วงตับไตใส้พุงทำลายรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้น เพื่อให้เป็นกิจการสาธารณูปโภคพื้นฐานสำหรับประชาชน ?

ทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจคือทรัพย์สินของชาติและประชาชน คสช.ถือสิทธิอะไรเข้ามาเปลี่ยนแปลงภารกิจหลักของรัฐวิสาหกิจที่เป็นกิจการสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยไม่มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้เกี่ยวข้องว่าเห็นด้วยหรือไม่

พฤติกรรมของรัฐบาลคสช.ที่ส่งคนมาบริหารรัฐวิสาหกิจทั้งหลาย ส่อไปในทางทำลายให้รัฐวิสาหกิจอ่อนแอ เพื่อให้ล้มละลายในที่สุดจนต้องยกทุกกิจการสาธารณูปโภคพื้นฐานให้เอกชนได้หาประโยชน์ หากำไร ยกตัวอย่างเช่น

1) การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ทำให้โรงงานยาสูบต้องขาดทุนเป็นครั้งแรกในรัฐบาลนี้ เป็นการเปิดช่องให้บริษัทบุหรี่นอกเข้ามากินส่วนแบ่งของโรงงานยาสูบ

2) การบริหารสายการบินของชาติให้ขาดทุน แต่บริษัทเอกชนกำไรกันโครมๆบนทรัพย์สินที่สร้างจากภาษีของประชาชน

3) การไม่ยอมค้ำประกันบริษัทการทางพิเศษซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ 100% ในการกู้เงินเพื่อสร้างทางด่วนอ้างว่าทำให้หนี้สาธารณะเพิ่ม แต่บีบบังคับให้การทางพิเศษกู้เงินจากกองทุน Thailand Future Fund โดยขายรายได้ล่วงหน้าของทางด่วนเส้นที่มีแนวโน้มกำไรสูง โดยประกันผลตอบแทนให้บรรดาเศรษฐีที่ต้องการให้เงินทำงานที่มาลงทุนในกองทุนถึง8%ต่อปี

4) รัฐบาลไม่รับข้อเสนอการตั้งหน่วยงานที่เป็นบริษัทของรัฐมารับมอบทรัพย์สินของเอกชนที่ต้องยกให้รัฐหลังหมดสัมปทานแหล่งปิโตรเลียม 2 แหล่งใหญ่สุดของประเทศ และเพื่อมาบริหารส่วนแบ่งปิโตรเลียมที่รัฐจะได้รับจากระบบใหม่คือระบบแบ่งปันผลผลิต และระบบจ้างผลิตในการประมูลแหล่งปิโตรเลียมเอราวัณ บงกช ที่กำลังจะมีขึ้น เป็นต้น

ภาพรวมที่รัฐบาล คสช.กระทำกับรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งตลอด 4 ปีที่ยึดอำนาจมาบริหารประเทศ ประชาชนเห็นแต่พฤติกรรมเอื้อประโยชน์ให้เอกชนสุดๆ ใช่หรือไม่

กรณีของ กสท.และทีโอทีทำให้คาดหมายอนาคตได้ว่าเป็นการบริหารเพื่อทำลาย 2 องค์กรนี้ สภาพเช่นนี้ ทำให้สังคมอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า นี่เป็นการกระทำของไส้ศึกที่ชักพาเอกชนผูกขาด เข้ามาโจมตีทำลายฐานที่มั่นของประชาชนจากข้างในเลย ใช่หรือไม่