“เรืองไกร” ท้วง ”บิ๊กตู่” ทบทวนร่าง พ.ร.บ.งบเพิ่มเติม 1.5 แสนล้านบาท ชี้อ้างยุทธศาสตร์ชาติเป็นความจำเป็นเพื่อผ่านงบฯ ทั้งที่ยุทธศาสตร์ชาติยังไม่ประกาศในราชกิจจาฯ หวั่นมีปัญหาซ้ำรอยร่างพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ ยุคทักษิณ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 มีนาคม ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีทบทวนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติ (สนช.) เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา
นายเรืองไกรกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวที่ผ่าน สนช. 3 วาระรวด ปราศจากการทักท้วงใดๆ เป็นงบที่เพิ่มเติมมาเพื่อใช้ในโครงการต่างๆ ตามแนวทางประชารัฐของรัฐบาล ซึ่งตนเห็นว่าอาจมีปัญหาตามมาได้ เนื่องจากมีการอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 140 เกี่ยวกับความจำเป็นในการตรากฎหมาย โดยคณะรัฐมนตรีและ สนช.อ้างเอกสารแนบของสำนักงบประมาณที่ระบุถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติว่าเป็นความจำเป็นในการตราร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ทั้งที่ในช่วงเวลาการตรากฎหมายงบประมาณนั้น ยุทธศาสตร์ชาติตามที่อ้างถึงยังไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา กล่าวคือ อ้างเหตุผลถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่
“คำว่า ยุทธศาสตร์ชาติ มีทั้งในรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ ปี 60 โดยเฉพาะมาตรา 5 ที่เขียนว่าให้มียุทธศาสตร์ชาติ และการให้มียุทธศาสตร์ชาตินั้นต้องมีประกาศพระบรมราชโองการ แต่ปรากฏว่าหลังจาก สนช.มีมติเห็นชอบร่างฉบับนี้ในวันที่ 22 มีนาคม คืนวันที่ 24 ผมได้ตรวจสอบในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้แน่ใจว่ายุทธศาสตร์ชาติมีการประกาศใช้หรือยัง แต่กลับไม่มี” นายเรืองไกรกล่าว
นายเรืองไกรกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวจึงอาจคล้ายกับกรณีร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ที่ ครม.และสภามีความเห็นไม่ตรงกัน เมื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปรากฏว่าเมื่อมีคำวินิจฉัยที่ 31/2547 แล้ว นายทักษิณได้ทำเรื่องถึงสภาให้นำร่างกลับมาพิจารณาใหม่ ซึ่งเรื่องนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีทราบดี เพราะเคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น อย่างไรก็ตาม เหตุที่ทักท้วงเพราะเป็นห่วง ขอให้ทบทวนให้รอบคอบก่อนที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯในวันที่ 30 มีนาคม

