วันนี้ (26 มี.ค.) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Korn Chatikavanij แสดงความเห็นเกี่ยวกับเฟซบุ๊ก หลังมีกรณีฉาวเรื่องการถูกลักลอบเอาข้อมูล โดยระบุว่า
ไทยเรามาทำ “FB” ของเรากันเอง? ในยุคแรกๆ การใช้ FB จะใสซื่อมาก เป็นยุคที่ FB จะเน้นคำขวัญว่า ‘Free. And always will be” (ฟรี และจะฟรีตลอดไป) แต่นั่นคือสมัยก่อนที่มีการนำ algorithms มาใช้ในการกดสิทธิว่าเราสามารถ ‘เห็น’ อะไรบ้าง ‘ไม่เห็น’ อะไรบ้าง และก่อนที่บริษัท FB จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และมียุทธศาสตร์การแสวงกำไรจากการโฆษณา โดยอาศัยความได้เปรียบจากการวิเคราะห์ความคิดของเราในระบบของเขา เพื่อนำผลการวิเคราะห์ไปขายให้กับผู้ซื้อโฆษณา
อย่างเวลาผมคุยทาง social กับเพื่อนๆ ว่าอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น แล้วมีโฆษณาโรงแรมญี่ปุ่นปรากฏในฟีดผมทันทีนั้น ถามว่าผมชอบไหม ผมก็ต้องตอบว่าไม่ชอบและทุกครั้งจะรู้สึกเหมือนถูกใครแอบดักฟัง แต่ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ พอทนได้เพื่อแลกกับบริการที่ใช้โดยไม่ต้องเสียเงิน (ผมหลีกเลี่ยงคำว่า ‘ฟรี’ เพราะไม่ได้ฟรีจริงเนื่องจากเขาเอาดาต้าเราไปใช้งาน)
แต่ข่าวล่าสุดที่ปรากฏว่า FB ได้ขายข้อมูลลักษณะนี้ให้ที่ปรึกษาการเลือกตั้งต่างชาตินำมาใช้ในการ ‘แทรกแซงความคิด’ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในอเมริกา (และคงจะในประเทศอื่นๆ ด้วย) ทำให้ผมมองว่านี่เป็นการละเมิดอย่างรุนแรง
นอกเหนือจากนี้ เราจะสังเกตได้ว่าหน้า Page ต่างๆ ที่เราติดตามอยู่จะแทบไม่เคยปรากฏให้เราเห็น ซึ่งสำหรับผม (อาจจะต่างกับคนอื่น) ผมสนใจอ่านความเห็นจากเพจที่ผมติดตาม มากกว่าสนใจเรื่องที่มีสาระน้อยกว่า (พยายามเขียนแบบสุภาพ!) ของเพื่อนหรือญาติพี่น้อง ซึ่งวันๆ feed ผมจะเต็มไปด้วยเรื่องราวการกินดื่มหรือการบ่นโน่นนี่นั่นโดยคนเดิมๆ ไม่กี่คน (รักทุกคนนะครับ ไม่ใช่ไม่รัก เพียงอยากได้อ่านความคิดเห็นคนอื่นบ้าง ?) ในขณะที่เพจต่างๆ ที่เคยกดไลค์ติดตามแทบไม่เคยโผล่ (นอกจากถ้าเขาซื้อ boost)
ทั้งหมดนี้เลยทำให้ผมเริ่มคุยกับน้องๆ ในวงการ tech ว่าเราสามารถสร้างระบบ social ของไทยเราเองได้หรือไม่ อาจเป็นทีไม่มีการโฆษณาเป็น revenue model หรืออย่างน้อยเป็นระบบที่ผู้ใช้มีอำนาจจากการเป็นเจ้าของดาต้าของตัวเองมากกว่าปัจจุบัน
คนไทยเป็นประเทศที่ใช้ FB มากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก แต่คนไทยไม่น้อยเริ่มเซ็งกับวิธีการของ FB ที่นับวันดูเหมือนจะใส่ใจกับรายได้และผู้ถือหุ้นมากกว่าสมาชิกผู้ใช้บริการ
นอกจากนี้รัฐสภาในหลายประเทศแสดงความกังวลในนโยบายของ FB ที่ไม่รับผิดชอบต่อข้อความเท็จที่ปรากฏในระบบของตน
และนี่ยังไม่นับประเด็นว่า FB สร้างรายได้จากคนไทยมหาศาลแต่แทบไม่เสียภาษีให้รัฐไทยเลย
เรื่องนี้หากเราไม่ทำอะไรอาจส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศได้ ผมไม่ได้พูดเกินความจริง ไม่คิดไม่ได้แล้วครับ
ถึงเวลาที่ FB จะมีคู่แข่งได้แล้ว เป็นคู่แข่งที่มี business model ที่ต่างกัน คนไทยเราเป็นผู้ใช้เยอะ เราน่าจะเป็นผู้ก่อตั้ง platform ใหม่ได้
ปล. อย่างไรก็แล้วแต่ ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ผมยังสามารถลงบทความตำหนิ FB บนพื้นที่ของ FB เองได้!

