‘สุเทพ’โพสต์โวย แกนนำฯโดนปฏิบัติการอายัดบัญชีอ่วม

27.03.18 | 12:22 น.

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ระบุถึงสถานการณ์การถูกอายัดบัญชีของแกนนำการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรฯและกลุ่ม กปปส. โดยระบุว่า

อายัดบัญชี 13 พันธมิตร ปฏิบัติการรุกฆาตจากการท่าฯ-อำนาจมืด


“….เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา กรมบังคับคดีส่งเอกสารถึงทุกธนาคาร อายัดทุกบัญชีของพวกเรา แต่เพิ่งทราบจริงวันนี้(23)หลังจากเพื่อนโอนเงินมาให้ ไปกดATMไม่ได้ จึงไปติดต่อธนาคารจึงทราบเรื่องทั้งหมด อายัดทุกบัญชี จะกี่บาทก็ช่าง และมันคงจะเป็นภาวะแบบนี้ไปจนกว่าเขาจะสามารถยึดทรัพย์เราได้ทั้งหมด..

มันเป็นเช่นนี้เอง ความรู้สึกเจ็บลึกในอก..

แม่เจ้าโว้ย!!!ทีคนโกงชาติบ้านเมืองมันทำอะไรกันอยู่ ทีกับคนที่ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ตนเอง เอ็งทำได้และรีบทำ..”

Advertisement

ตอนหนึ่งในเฟซบุ๊กของ “มาลีรัตน์ แก้วก่า” ที่โพสต์รัวๆ เมื่อเวลา 20.31น. วันที่ 23 มีนาคม 2561 และได้รับการแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งกลายเป็นข่าวร้อนทั้งในสื่อกระแสหลักและโลกออนไลน์…

มาลีรัตน์ แก้วก่า หรือ ”พี่ติ๊ก” ของน้องๆ เป็นอดีต สว.สกลนคร และเป็นอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยรุ่น 2

เมื่อกล่าวถึงกลุ่มพันธมิตรฯที่ประกาศยุติบทบาทไปแล้วเมื่อเดือนสิงหาคม 2556 เป็นที่ทราบกันว่าพวกเขาได้ลุกขึ้นต่อสู้กับระบอบทักษิณถึงสองรอบใหญ่ๆ คือเมื่อปี 2549 และ 2551 ทำให้แกนนำและแนวร่วมถูกดำเนินคดีหลายคดี โดยคดีอาญาคดีหลัก คือคดีบุกทำเนียบรัฐบาล, คดีชุมนุมล้อมรัฐสภาและคดีชุมนุมที่สนามบิน

สองรอบของการลุกขึ้นสู้ทำให้ระดับแกนนำโดนคดีอาญา-แพ่ง ไปคนละ 5-6 คดีเป็นอย่างน้อย

เฉพาะคดีชุมนุมที่สนามบินเมื่อปลายปี 2551 เป็นคดีที่ตลกร้ายที่สุด… พนักงานสอบสวนฟ้องเหวี่ยงแหผู้ต้องหาจำนวนมากถึง 98 คน ทั้งแกนนำการชุมนุมและคนที่ไปยืนปรบมือร้องเพลงข้างเวที และในจำนวน 98 จำเลย มีผู้ที่ถูกข้อหาก่อการร้ายโทษประหารชีวิตถึง 13 คน

จะว่าไปคดีสนามบินนี้คล้ายๆ กับคดีที่ดีเอสไอ-อัยการกำลังถูกวิจารณ์อยู่ในขณะนี้ว่าฟ้องเหวี่ยงแห 58 กปปส.

แต่ที่น่าเศร้า…คดีสนามบินนั้นนอกจากพันธมิตรฯจะถูกฟ้องอาญาข้อหาหนักแล้ว ยังถูกฟ้องแพ่งจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.), บริษัทการบินไทย และวิทยุการบิน อีกด้วย

คดีแพ่งของการบินไทยและวิทยุการบินนั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี แต่ในส่วนของ ทอท.คดีถึงที่สุดเมื่อเดือน กันยายน 2560 โดย 13 จำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหาย 522 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ปี นับแต่ 5 ธันวาคม 2551 และณ วันนี้เริ่มปฏิบัติการอายัดบัญชีกันแล้ว ทั้งๆ ที่คดีอาญาเพิ่งจะสืบพยานโจกท์ในศาลชั้นต้นเท่านั้น..

คำถามจึงมีอยู่ว่าหากคดีอาญาศาลตัดสินยกฟ้องจำเลยหรือรอลงอาญา รอการกำหนดโทษ จะเป็นธรรมกับจำเลยที่ถูกบังคับคดีหรือที่สุดอาจถูกฟ้องล้มละลายหรือไม่อย่างไร..

จริงอยู่เม็ดเงิน 800 กว่าล้านบาท ที่จำเลย 13 คนต้องชดใช้ หากคิดเป็นรายหัวตกคนละ 60 กว่าล้านบาท คงยากที่บุคคลเหล่านี้จะหามาชดใช้ได้ แต่คำถามชวนคิดก็คือทำไมปฏิบัติการรุกฆาตอายัดบัญชีมาแรงและมาเร็ว..ทั้งๆที่การบังคับคดี การสืบทรัพย์มีระยะเวลาดำเนินการนาน 10 ปี…และที่ผ่านมาสังคมก็รับรู้ว่าจำเลยทั้ง 13 คนและทุกคนไม่เคยมีใครหนีคดี มีแต่เคารพกระบวนการยุติธรรม และไม่ได้ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองแม้แต่น้อย..

ก็พอจะเข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไม อดีต สว.มาลีรัตน์ถึงได้ตบท้ายในเฟซบุ๊กของเธอแบบประชดประชันปนน้อยเนื้อต่ำใจว่า “จุกในอกจริงๆ..แต่ไม่อาจสยบข้าได้หรอก ต่อให้ไม่มีเงินกินข้าว เพื่อนมิตรยังมีข้าว ให้กิน…เอาเถอะ..รีบมายึดไปให้หมด..เร็วนะ..”

สำหรับ 13 แกนนำ/แนวร่วมพันธมิตรฯ ที่ถูก ทอท.ฟ้องแพ่ง ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายอมร อมรรัตนานนท์, นายนรัญยู หรือศรัณยู วงษ์กระจ่าง, นายสำราญ รอดเพชร, นายศิริชัย ไม้งาม, นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และนายเทิดภูมิ ใจดี

จาก 13 รายชื่อ จะพบว่ามีอย่างน้อย 6 คน คือพิภพ, สมศักดิ์, สุริยะใส, สมเกียรติ, สำราญและอมร เป็นผู้ต้องหาคดีกบฏร่วมกับ ”ลุงกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ” ในรอบของ กปปส.ปี 2557 ด้วย…

การตกเป็นจำเลยคดีก่อการร้าย-กบฏ-อังยี่-ซ่องโจร…ไม่ได้เป็นเรื่องสนุกอย่างแน่นอน แต่ใช่หรือไม่ว่าเหตุปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนพันธมิตรฯ-กปปส.ลุกขึ้นมาต่อสู้ก็เพราะต้องการหยุดอำนาจฉ้อฉลประเทศชาติ

คงไม่มีใครว่าถ้าการดำเนินคดีในส่วนของต้นทาง กลางทางของกระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างโปร่งใส สะอาด ยุติธรรม..แต่ที่ผ่านๆมาพิสูจน์แล้วพิสูจน์อีกหลายต่อหลายกรณีว่า..ไม่ใช่

นี่เป็นโจทย์ใหญ่ที่พี่น้องมวลมหาประชาชนจะต้องช่วยกันตอบให้กับบ้านนี้เมืองนี้อีกครั้ง…!!