เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแแห่งชาติ (คสช.)ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเริ่มเคลื่อนไหวฝ่าฝืนคำสั่งคสช.ว่า เรื่องสถานการณ์บ้านเมืองกลุ่มคนอยากเลือกตั้งจัดม็อบฝ่าฝืนคำสั่งคสช. ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากมาย เพราะรู้ว่าเป็นคนกลุ่มเดิม และมีวัตถุประสงค์อย่างอื่นด้วย อาจมีการสนับสนุนมากจากภายนอกบ้างอะไรบ้าง คิดว่าไม่ใช่เจตนาบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจจะมีผู้บริสุทธิ์ร่วมกลุ่มเพราะหวังดี มันก็มีอยู่
“เมื่อมีแกนนำอะไรต่างๆ ต้องตรวจสอบว่าเชื่อมโยงพรรคการเมืองใดหรือไม่ ในการละเมิดกฎหมายเหล่านี้ ซึ่งจะมีผลในเรื่องพรรคการเมืองด้วยในอนาคต ฉะนั้นจะเตรียมการตรวจสอบทั้งทางลึกอยู่ทุกอัน ไม่ได้ไปปิดกั้น เพียงแต่ให้เขาเข้าใจว่า วันนี้บ้านเมืองต้องการอะไร หากอยากจะเลือกตั้ง ก็จะให้มีการเลือกตั้ง ระยะเวลาก็ออกมาหมดแล้ว กฎหมายก็ออกมาแล้ว แล้วจะเร่งเลือกตั้งได้อย่างไร แสดงว่ามีจุดประสงค์อย่างหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้อสำคัญเท่าที่ทราบตอนนี้ประชาชนอื่นๆ ที่เขาเดือดร้อนกำลังจะร้องทุกข์กล่าวโทษมา ผมไม่อยากให้เด็กเหล่านี้ต้องไปติดคดีความ แล้วกลับมาโทษรัฐบาลอีก สิ่งอันตรายมันจะเกิดขึ้นหรือไม่ เมื่อมีคนมาประท้วง แต่คนไม่เห็นด้วยก็มีอยู่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะทำอย่างไร จะบานปลายเหมือนเดิมอีกฉะนั้น ขอให้เลิกเถอะ เพราะการจัดม็อบฝ่าฝืนคำสั่ง เมื่อมีคำสั่งขนาดนี้ยังฝ่าฝืนกันขนาดนี้ วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้นผมไม่แน่ใจ ไม่ใช่ผมมาขู่ หลายคนบอกว่า ผมมาพูดในสิ่งที่ยังไม่เกิด แต่มันก็เริ่มจากตรงนี้ทุกที ทุกครั้งไป”นายกฯ กล่าว

