หน้าแรก การเมือง กกต.ชี้ คสช.ไ...

กกต.ชี้ คสช.ไม่ปลดล็อกคำสั่ง ก็เลือกตั้งไม่ได้ ตอบไม่ถูก เจอรุมถามจะมีเลือกตั้งหรือไม่

28.03.18 | 17:29 น.

กกต.ยอม ให้ สมาชิกพรรคยืนยันแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ บอกคสช.ต้องปลดล็อกคำสั่งที่ 53/60 ไม่เช่นนั้นเลือกตั้งไม่ได้ ขณะที่พรรคเล็กถาม เลือกตั้ง ก.พ.62 หรือไม่

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ รร.เซนทรานายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. กล่าวชี้แจงถึง กล่าว‪ชี้แจงหลักการของพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 และคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 53/2560 ‬ว่า สิ่งที่เราพยามจะทำคือเรื่องประกาศคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 เราพบปัญหาประมาณ 10ประเด็น ซึ่งถ้ากฎหมายบอกว่า ให้กกต.ตอบได้ ก็จะไม่มีปัญหาอะไร กกต.สามารถตอบได้เลย เราไม่สามารถตอบได้เพราะคสช.ต้องเป็นคนตอบ ทั้งนี้ มีเรื่องเดียวที่อาจทำให้พรรคการเมืองเสียสิทธิ์คือค่าบำรุงพรรค แต่หลักการของคำสั่ง คสช.คือหลักความเท่าเทียมกันของพรรคเก่าและพรรคใหม่ และหลักความสงบเรียบร้อย ซึ่งเรื่องการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรค ตามกฎหมายพรรคการเมือง ในบทเฉพาะกาล ให้ยืนยัน 3 เรื่องคือ ยืนยันความเป็นพรรคการเมือง ความเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค และค่าบำรุงพรรคที่ต้องจ่าย 100 บาท ซึ่งวิธีการยืนยัน ได้ข้อสรุป คือสมาชิกสมาชิกรับรองตังเอง ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม และมีหนังสือยืนยัน โดยจะเป็นเอกสารหรือหนังสืออีเล็กทรอนิกส์ก็ได้ และหลักฐานการชำระเงิน 100 บาท


นายแสวง กล่าวต่อว่า ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ขอใช้หลักฐานเป็นทางอีเล็กทรอนิกส์ก็ไม่มีปัญหา แต่ขอให้มีการยืนยันไว้ที่พรรค และพรรคการเมืองก็ต้องแจ้งนายทะเบียนพรรคการเมืองภายใน 30 วัน โดยพรรคการเมืองสามารถอำนวยความสะดวกทางธุรการให้สมาชิกติดต่อได้ คือการมีจดหมาย หรือทางก็สามารถทำได้ แต่ที่ทำไม่ได้คือการประชาสัมพันธ์ เพราะอาจผิดประกาศคสช. ฉบับที่ 57/2558 หากจะทำก็สามารถขออนุญาต คสช.ได้

นายแสวง กล่าวว่า การปรับตัวของพรรคการเมืองเก่า ที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎหมายใหม่ เพราะทุนประเดิมบังคับทุกพรรคอยู่แล้วและมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 500 คน หรือการยืนยันตามมาตรา 140 ถ้าสมาชิกไม่มายืนยัน พรรคต้องเริ่มนับ1หนึ่งใหม่ นี่คือการปรับตัวของพรรค ซึ่งพรรคเก่าได้เปรียบพรรคใหม่ที่ยังไม่มีสมาชิกเลย ส่วนการประชุมใหญ่ของพรรค กฎหมายไม่ได้รับรองสาขาไว้ จึงเป็นความเท่าเทียมกัน เพราะที่ประชุมใหญ่ต้องมีสาขาพรรคเป็นองค์ประกอบ ประเด็นอย่างนี้ก็ต้องแก้ ให้มีการประชุมใหญ่ได้ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องก็รับไปดำเนินการแล้ว ส่วนเรื่องการจัดตั้งสาขา ซึ่งพรรคต้องจัดตั้งให้ครบถ้วนตามกฎหมาย จำนวน4 สาขาภายใน 1ปี แต่ยังไม่สามารถทำได้ ซึ่งได้มีหนังสือของกกต.ส่งไปยังคสช.ให้แก้คำสั่งที่ 57/2557 และคำสั่งที่ 3/2558 ที่เกี่ยวกับเรื่องวามสงบเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้มีการประชุมใหญ่ได้

ด้านนายสมพล พรผล ผู้อำนวยการสำนักกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า การรายงานทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง เมื่อยืนยันเสร็จภายใน 30 วัน หัวหน้าพรรคต้องแจ้งรายชื่อสมาชิกที่ได้ยืนยันแล้วภายใน ‪30 พฤษภาคม 25 ‬61 มายังนายทะเบียนพรรคการเมือง ในขณะนี้มีการลาออกจากสมาชิกพรรคการเมืองค่อนข้ามากขึ้นซึ่งเดิมการลาออกไปลาออกที่พรรค แต่ปัจจุบันมี 2ช่องทาง คือลาออกกับนายทะเบียนพรรคการเมือง และลาออกที่พรรค แต่ขณะนี้มาลาออกกับนายทะเบียนพรรคการเมืองเพิ่มขึ้น และเมื่อลาออกแล้วนายทะเบียนพรรคการเมืองก็จะส่งโทรสารไปยังพรรคการเมือง โดยระบุวันเวลาพร้อมหนังสือลาออก ภายใน 3 วัน โดยนายทะเบียนพรรคจะยึดตามเวลาที่ได้รับหนังสือ

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเป็นการเปิดให้ซักถาม โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถามว่า อยากให้กกต.ดำเนินการอำนวยความสะดวกเพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆ คงสมาชิกไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้สอดคล้องกับหลักพรรคการเมือง จึงอยากถามว่าการยืนยันสมาชิกยังจะต้องมีสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านหรือไม่ ทั้งนี้มีสิ่งที่เป็นข้อวินิจฉัยที่ไม่ตรงกับกฎหมายที่เขียนไว้ก่อนมีคำสั่งที่ 53/2560 การที่พรรคการเมืองมีสมาชิกอยู่แล้วที่ต้องชำระค่าบำรุงควรมีเวลา เพราะกฎหมายให้เวลาสมาชิกปรับตัว 4 ปี ซึ่งถ้าไม่ชำระภายในเวลาดังกล่าวจะต้องพ้นสภาพจากการเป็นสมาชิก แต่เมื่อมีคำสั่งที่ 53/2560 ออกมา และมาตรา 140 ของกฎหมายพรรคการเมือง ต้องให้สมาชิกยืนยันคุณสมบัติต้องห้ามพร้อมหลักฐานและชำระเงิน แต่มีข้อความระบุว่า ถ้าผู้ใดไม่ทำหนังสือยันยืนตามนี้ก็ให้พ้นจากการเป็นสมาชิก เมื่อพ้นระยะเวลา 4 ปีดังกล่าวให้สมาชิกที่ไม่ได้ชำระค่าบำรุงพ้นสภาพ แต่ขณะนี้กกต.กลับตีความว่า ถ้าไม่ชำระเงินภายใน 30 วันให้พ้นสภาพ แล้วพรรคการเมืองจะเหลืออะไร รวมถึงซึ่งเป็นการตีความไม่ตรงกัน จึงอยากให้กกต.ทบทวนเพื่อให้ตรงกับเจตนารมณ์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องรายงาน 2 แบบ ทั้งหนังสือและอีเล็กทรอนิสก์ เข้าใจว่าเป็นมติของกกต.แล้ว แต่ตนอยากให้ทบทวนเพื่อความชัดเจนว่าจะให้ใช้แบบไหนกันแน่ ส่วนกรณีมีสมาชิก ที่จะยืนยันตัวตนแต่ยังไม่พร้อมชำระเงิน ควรให้เวลาและโอกาสหัวหน้าพรรคได้ติดตามและรายงานต่อกกต.ได้หรือไม่ เพราะไม่ว่าจะอย่างไรทุกพรรคก็ต้องไปหาสมาชิก 500 คนอยู่แล้ว ซึ่งหัวหน้าพรรคก็ต้องลงนามอยู่แล้ว แต่หัวหน้าพรรคทุกพรรคไม่สามารถลงนามได้เพราะไม่ทราบว่าใครมีคุณสมบัติต้องห้าม หรือถูกปลดจากราชการบ้าง รับรองแค่สิ่งที่เขารับรองมาแล้ว

นายแสวง ได้ตอบคำถามว่า ยืนยันว่าไม่ต้องมีสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านแล้ว ส่วนการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคก็ให้เป็นไปตามมาตรา 140 การจ่ายเงินค่าสมาชิกให้เป็นไปตาม มาตรา 141 ก็จะรับข้อเสนอไปพิจารณา เพราะเรื่องนี้เป็นมติกกต. ทั้งนี้ยืนยันคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 จะต้องแก้ไขไม่เช่นนั้นจะจัดการเลือกตั้งไม่ได้

ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้ตั้งคำถามไปยัง กกต.ว่า การยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเป็นกิจกรรมสำคัญที่ทุกพรรคต้องทำ แต่ไม่สามารถโฆษณาได้จึงอยากให้ทบทวนเรื่องนี้ อีกทั้งพรรคการเมืองเก่ามีสมาชิกทั่วประเทศจำนวนมาก การยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเป็นเรื่องสำคัญจึงขอเสนอให้สาขาพรรค ผู้สมัครของพรรค และอดีตส.ส.ของพรรค เป็นตัวแทนรับใบยืนยันการเป็นสมาชิก หลักฐานและเงินค่าสมัคร เพื่อส่งให้พรรคเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก อีกทั้งยังมีข้อสงสัยเรื่องที่ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดให้พรรคการเมืองเก่าต้องยุบสาขาพรรคแล้วให้ตั้งใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากทำไม่ได้จะไม่สามารถส่งผู้สมัครได้ แต่ในกฎหมายดังกล่าวมาตรา 144 กำหนดให้พรรคการเมืองทุกพรรค จัดตั้งสาขาและตัวแทนประจำจังหวัดหากไม่ทันตามกำหนดสามารถส่งผู้สมัครได้ ซึ่งเป็นข้อความที่ขัดแย้งกัน อยากฝากประเด็นนี้เพื่อปรับถ้อยคำที่ขัดกันเองด้วย

ขณะที่พรรคเล็ก อาทิ พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย พรรคปฎิรูปไทย ถามกกต.ว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และในเดือน กุมภาพันธ์ 2562 จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่ ขอให้ กกต.ไปหารือกับ คสช. ว่าจะมีการประกาศกฤษฎีกาเลือกตั้งเมื่อไร่ ขณะที่ กกต.ตอบเพียงว่า “ทุกคนรู้เท่ากัน”