เมื่อวันที่ 30 มี.ค. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านยูทูป ว่า นปช. มีจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่ภายใต้กติกาไม่เคารพอำนาจประชาชนนั้น จะยิ่งก่อวิกฤติซ้ำเติมปัญหาประเทศให้เลวร้ายยิ่งขึ้น การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนั้น หากไม่ได้อยู่ภายใต้กติกาประชาธิปไตยของประชาชนแล้ว จึงไม่น่าให้มีการเลือกตั้งอีก แม้การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญจะทำให้การเลือกตั้งช้าออกไป แต่ประเทศจะหายนะช้าลง การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการให้ประชาชนตัดสินใจ สะท้อนว่าอาจจะเป็นคนกลาง ซึ่งอาจไม่มีใครเชื่อว่าจะเป็นไปได้ แต่หน้าที่ได้กำหนดว่า ควรดำรงตัวเองเช่นนั้น นายจตุพร กล่าวอีกว่า นับแต่นี้ไปร่างรัฐธรรมนูญได้เข้าสู่บรรยากาศประชามติ จะเกิดความเห็นที่แตกต่างขึ้น คสช.จึงควรเปิดพื้นที่ให้แสดงความเห็นอย่างเสรี แต่กลับมีความพยายามนำฝ่ายมีความเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มาเข้าหลักสูตรปรับทัศนคติ เพื่ออบรมการเมือง
โดยตนเชื่อว่า หลักสูตรแบบนี้ไม่เป็นประโยชน์ สำหรับ นปช. แล้ว ได้ประกาศจุดยืนมาตลอดว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ได้ใช้อคติ แต่ยึดมั่นจุดยืนอย่างมั่นคงว่า ร่างรัฐธรรมนูญต้องสอดคล้องกับความต้องการและยึดมั่นกับอำนาจประชาชน เพราะหลักการประชาธิปไตยเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน เมื่อนำหลักการนี้มาเทียบกับร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ย่อมแสดงได้ชัดเจนว่า ไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยที่เคารพในอำนาจของประชาชน สิ่งสำคัญคือบรรยากาศของประเทศนับจากนี้ไปถึงการทำประชามติวันที่ 7 ส.ค.นี้ ควรสร้างให้เป็นบรรยากาศการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ และไม่ควรมีหลักคิดแบบว่า ความเห็นของฝ่ายคว่ำร่างรัฐธรรมนูญคือ การคว่ำ คสช.

