“บิ๊กโย่ง” ระบุ ตั้ง เลขาฯคกก.อุดมศึกษา นั่งประธานกก.สอบทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง เผย พยานให้การว่าต้องส่งเงินให้ปลัด ลั่น ใครให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ จะกันเป็นพยาน โทษหนักกลายเป็นเบา เว้น ปลัด-รองปลัดพม. เหตุเป็นผู้บริหารระดับสูง
เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 30 มีนาคม ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่ง ว่า ตนได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงบุคคลที่เกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าวแล้ว โดยประธานคณะกรรมการสอบฯคือ นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) จากกระทรวงศึกษาธิการ และจากการรายงานข้อเท็จจริงพบว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องมีจำนวนประมาณ 26 คน ประกอบด้วยกลุ่มผู้บริหารระดับสูง กลุ่มผู้ปฏิบัติงาน และกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้อง ความจริงแล้วคณะกรรมการสอบจะเริ่มทำงานวันนี้ แต่เนื่องจากเรื่องค่อนข้างฉุกละหุก เพิ่งแจ้งเรื่องไปเมื่อช่วงเช้า จึงอาจไม่ทันในวันนี้
พล.อ.อนันตพรกล่าวว่า คณะกรรมการสอบฯจะแยกแยะว่าใครคือกลุ่มผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ใครเป็นพยาน ใครทำหน้าที่บกพร่องในการทำงาน แม้จากการสอบสวนครั้งแรกจะพบว่าทุกคนเชื่อมโยงกัน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนมีความผิดเท่ากัน อย่างไรก็ตาม จะไม่สอบสวนเลยก็ไม่ได้ ดังนั้น ใครที่มีรายชื่อก็ไม่ต้องตกใจ หากไม่ได้ทำผิด แค่ทำตามคำสั่ง สามารถเป็นพยานได้ และหากให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นข้อเท็จจริง ไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสี และเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน คณะกรรมการสอบฯจะกันไว้เป็นพยาน โทษหนักจะกลายเป็นเบา ในขณะที่หากใครไม่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และเมื่อผลสอบสวนสาวไปถึงก็ต้องถูกลงโทษ ตนยืนยันว่าที่ผ่านมาทำตามกระบวนการอย่างครบถ้วน ต้องการให้เรื่องนี้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด ตอนนี้จึงขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสอบสวนที่จะพิจารณาว่าบุคคลใดเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด
ส่วนนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงพม. และ นายณรงค์ คงคำ รองปลัดกระทรวง พม.ที่เบื้องต้นพบว่ามีมูลในการเกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้น เนื่องจากเป็นผู้บริหารระดับสูง คงกันเป็นพยานได้ยาก ต้องหาหลักฐานมาล้างข้อกล่าวหาเอง ผู้สื่อข่าวถามว่า ปลัดและรองปลัด พม. มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในระดับใด พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า พยานบางคนให้การว่าต้องนำเงินไปส่งให้ ต้องดูหลักฐานต่อไปว่าส่งเข้าบัญชีหรือให้เป็นเงินสด หากเป็นเงินสดก็ต้องสอบพยานบุคคลว่าส่งจริงหรือไม่ ส่งให้เวลาใด ซึ่งผู้บริหารต้องแก้ข้อกล่าวหาเองว่าไม่ได้รับเงิน ไม่ได้สั่งให้ส่งเงิน โดยการตรวจสอบจะย้อนหลังไปถึงปี 2560 เป็นหลักเพราะสามารถหาหลักฐานได้ง่าย อย่างไรก็ดี ข้อมูลของปีก่อนหน้านี้ก็สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน แต่ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป
เมื่อถามว่า จากข้อมูลเบื้องต้นในปัจจุบัน พบว่ามีการโยงไปถึงอดีต รมว.พม.หรือไม่ พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า ยังไม่พบความเกี่ยวข้อง เพราะอำนาจการจัดการจบแค่ระดับอธิบดี ยังไม่ถึงปลัดด้วยซ้ำ ปลัดคนปัจจุบันก็เป็นคนละคนกับปลัดปีที่แล้ว แต่เพราะปลัดเป็นผู้บังคับบัญชาอธิบดี ในเชิงบริหาร จำเป็นต้องกำกับดูแล บางคนที่ถูกสอบสวนก็ไม่ได้มีเรื่องโยง แต่เพราะเป็นผู้อำนวยการกองที่รับผิดชอบเงินซึ่งต้องนำเรียนให้ผู้บริหารตามลำดับชั้นในการอนุมัติ จึงถือว่าบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ยังไม่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต ยังมีสิทธิในการกันไว้เป็นพยาน ดังนั้น ขอให้นำเสนอข่าวให้ถูกต้อง ผู้ที่ถูกสอบสวนแต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องจะได้เบาใจ และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ คดีจะได้ปิดอย่างรวดเร็ว
“ อาจพูดได้ว่าทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้อง เพียงแต่ยังไม่มีอะไรที่โยงไปถึง เพราะเงินส่วนนี้เป็นอำนาจของอธิบดีร้อยเปอร์เซนต์ อธิบดีกำกับดูแลกรม กรมเป็นนิติบุคคล จึงต้องมีการตรวจสอบภายในกันเอง ดังนั้น ตอนนี้จึงโยงได้แค่นี้ หากไม่แบ่งเป็นชั้นๆก็จะโยงไปหมด ไปถึงทุกคน จึงต้องจับจุดให้ดี ” พล.อนันตพรกล่าว
ทั้งนี้ พล.อ.อนันตพร จะรายงานความคืบหน้าเหล่านี้ให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี รับทราบ เพื่อให้ พล.อ.ฉัตรชัยรายงานไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ต่อไป

