09.00 INDEX บทบาท ความหมาย พรรคการเมืองต่อร่างรัฐธรรมนูญ และต่อประชามติ

31.03.16 | 08:40 น.

 

“แถลงการณ์” ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของ “พรรคเพื่อไทย” มิได้อยู่เหนือความคาดหมายในทางการเมือง

“เราบังคับเขาไม่ได้”

บทสรุปจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดำเนินไปด้วย “ความเข้าใจ” ว่าทำไมท่าทีของพรรคเพื่อไทยจึงเป็นเช่นนี้

เป็นบทสรุปบน “ความเชื่อมั่น”

Advertisement

“แม้นักการเมืองจะมีฐานเสียงก็ไม่ห่วง เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับประชาชน อะไรก็ไม่แน่ เพราะบางทีพรรคการเมืองไม่เห็นด้วย ประชาชนอาจเห็นด้วยก็ได้ เรื่องอนาคตใครจะรู้”

เชื่อมั่นว่า “ฐานเสียง” ของนักการเมืองอาจ”แปรเปลี่ยน”

เชื่อมั่นว่า “ประชาชน” กับพรรคการเมือง อาจไม่ได้คิดเหมือนกัน อาจไม่ได้มองจากมุมเดียวกัน

เชื่อมั่นว่า “พรรคการเมือง” กับ “มวลชน” ไม่เหมือนเดิม

รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 อาจยังไม่สามารถ “สลาย” ความสัมพันธ์ระหว่างมวลชนกับพรรคการเมืองได้

เพราะเลือกตั้งเดือนธันวาคม 2550 พรรคพลังประชาชนก็ชนะ

เพราะเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554 พรรคเพื่อไทยอันเป็นอวตารแห่งพรรคพลังประชนก็ชนะ

แต่หลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ก็ “ไม่แน่”

คำว่า”ไม่แน่”ในที่นี้สะท้อนให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างมวลชนกับพรรคเพื่อไทยอาจไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

“เรื่องอนาคตใครจะรู้”

ถามว่าทั้งๆที่อนาคตแขวนอยู่บนสถานะแห่งความไม่แน่นอนเช่นนี้เหตุใดพรรคเพื่อไทยจึงออก “แถลงการณ์” มาเช่นนี้

ที่จริง เนื้อหาใน “แถลงการณ์” ไม่ใหม่

ไม่ว่าจะเป็นพรรคไทยรักไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย

ท่าทีก็อย่างเดียวกัน

นั่นก็คือ ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

หมายความว่า ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550

หมายความว่า เมื่อมีการนำเสนอ”ร่าง”รัฐธรรมนูญอันจะก้าวไปสู่ความเป็นรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559

พรรคเพื่อไทยย่อมจะไม่เห็นด้วย

ตรงนี้คือ “ธง” ในทางการเมืองที่พรรคเพื่อไทยพยายาม “ช่วงชิง” เป็นฝ่ายกระทำมาโดยตลอด

“แถลงการณ์” นี้อาจมีเป้าอยู่ที่ “คสช.”

กระนั้น ในความเป็นจริง พรรคเพื่อไทยยังต้องการให้เกิดภาพเปรียบเทียบในทางการเมืองด้วย

นั่นก็คือ เปรียบเทียบกับ”พรรคการเมือง”ด้วยกัน

 สถานการณ์นับจากวันที่ 29 มีนาคม การแสดงท่าทีจากแต่ละพรรคการเมืองจีงมีความสำคัญเป็นอย่างสูง

เป็นความสำคัญต่อ “พรรคการเมือง” นั้นๆ

จึงไม่เพียงแต่ “คสช.” เท่านั้นที่ต้องการรู้ว่าพรรคการเมืองคิดอย่างไรในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ

หากพรรคการเมืองด้วยกันก็ให้ความสนใจ

ยิ่งกว่านั้น ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของ”อำนาจอธิปไตย” อย่างแท้จริงยังให้ความสนใจด้วยว่าแต่ละพรรคการเมืองคิดอย่างไร

มีท่าทีอย่างไรต่อ “ร่าง” รัฐธรรมนูญ

ท่าทีและความเห็นของแต่ละพรรคการเมืองจึงมีผลสะเทือนต่อกระบวนการตัดสินใจของประชาชนในอนาคตอันใกล้

นั่นก็คือ “การเลือกตั้ง”