‘อนุทิน’ยัน’ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์’ ซบภูมิใจไทย ชี้ไอเดีย รบ.แห่งชาติย้อนแย้ง ปชต.

‘อนุทิน’ยัน’ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์’ ซบภูมิใจไทย มองแนวคิดรัฐบาลแห่งชาติของ’เสนาะ’ย้อนแย้งหลัก ปชต. ย้ำจุดยืนพรรค ไม่เป็นศัตรูกับใคร เผยมองไม่เห็นสิ่งบ่งชี้ คสช.เลื่อนเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 13.15 น.วันที่ 1 เมษายน ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค และนายศักดิ์ชาย ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงข่าวภายหลังการจัดทำบุญครบรอบจัดตั้งพรรคก้าวสู่ปีที่ 10

นายศักดิ์ชายกล่าวว่า ช่วงเวลาของการยืนยันความเป็นสมาชิก ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน ถือว่าเพียงพอ ไม่น่ามีปัญหา ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น นายศักดิ์ชายมองว่า ทุกเรื่องหากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและทำให้เดินต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหาก็เป็นเรื่องที่พึงปฏิบัติ อย่างไรก็ดี การปลดล็อกคงต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการ เพราะทุกเรื่องต้องมีกติกา เหมือนการเล่นฟุตบอล ถ้ามองแค่นักฟุตบอลพร้อม แต่ไม่ดูว่าอย่างอื่นพร้อมหรือไม่ จะสามารถจัดการแข่งขันได้หรือเปล่า เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในพรรคมีสมาชิกย้ายเข้าย้ายออกอย่างไรบ้าง นายศักดิ์ชายกล่าวว่า วันนี้เป็นแค่การเริ่มยืนยันสมาชิก ความชัดเจนจะทราบต่อเมื่อวันที่ 30 เมษายน รวมถึงกระแสข่าวว่าอดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทยภาคอีสาน และภาคกลางตอนล่างที่ติดต่อมายังพรรคภูมิใจไทย ก็ขอให้รอความชัดเจนในวันรับสมัครเลือกตั้ง ส่วนกระแสข่าวเรื่องนายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่ม 16 ที่จะแยกตัวออกไปตั้งพรรคใหม่ และไม่มาปรากฏตัวในงานทำบุญพรรคภูมิใจไทยนั้น นายศักดิ์ชายกล่าวว่า “วันนี้ติดเชงเม้ง แต่ยังเห็นทีมงานของท่าน ทั้งนายพิเชฐ ตันเจริญ และนายณัชพล ตันเจริญ มาร่วมงานและแสดงตัวแล้ว”

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งตัวแทนพรรคมาร่วมแสดงความยินดีในงานวันนี้ เพราะมีปัญหาอะไรกันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี คงเพราะพรรค ภท.เปลี่ยนวันทำบุญและแจ้งกะทันหัน แม้แต่สมาชิกพรรคหลายคนก็ติดเชงเม้ง ไม่สามารถมาร่วมงานได้ แต่ยืนยันว่าในงานวันเกิดของพรรค ปชป. วันที่ 6 เมษายน นายสรอรรถจะไปร่วมอวยพร ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่ามีพรรคทหารติดต่อมายังพรรค ภท.เพื่อทาบทามร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี แม้แต่ปลดล็อกพรรคการเมืองยังไม่เกิดขึ้น กลุ่มที่ยื่นจดแจ้งชื่อพรรคยังต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะตั้งพรรคการเมืองได้หรือไม่ ยุคนี้ไม่ควรสนใจว่าพรรคใดจะไปร่วมกับพรรคใด เพราะเป็นเพียงการคาดเดาโดยประมวลเหตุการณ์ในอดีต แต่การถามเรื่องนี้เป็นการถามไปถึงอนาคต พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญแค่ว่าทำอย่างไรจึงได้จำนวน ส.ส. ให้ได้มากที่สุด ทำตัวเองให้ดีที่สุด หากพูดไปวันนี้ ถ้าผลการเลือกตั้งออกมาน้อยกว่าเป้าก็ต้องคิดอีกอย่าง มากกว่าเป้าก็ต้องคิดอีกอย่าง ภูมิใจไทยยืนยันว่าเราไม่มีปัญหากับใคร พร้อมเป็นมิตรกับทุกพรรคที่มีอุดมการณ์ปรารถนาดีต่อบ้านเมือง แต่ถ้าพรรคใดต้องการเห็นความแตกแยก คงไม่ใช่พรรคที่พรรค ภท.จะพิจารณาไปร่วมสังฆกรรม ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค ภท.ตั้งเป้าหมายเป็นพรรคอันดับ 1 หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “พวกเรายิงปืนไม่แม่น ส่วนใหญ่เล็งต่ำๆ เล็งขาแล้วโดนหัว แต่ถ้าเล็งหัวจะโดนอากาศ”

นายอนุทินกล่าวว่า กลุ่มการเมืองที่ยื่นจดตั้งพรรคทั้งหมด 97 กลุ่ม ไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัวของพรรคภูมิใจเท่ากับความขี้เกียจของสมาชิกพรรค ภท. เพราะพรรค ภท.แข่งกับตัวเอง ทุกคนต้องขยัน สร้างความเชื่อมั่นต่อชาวบ้านและต่อตัวเอง เมื่อเราตั้งใจอย่างเต็มที่ก็ไม่จำเป็นต้องคาดหวังว่าจะได้ ส.ส.กี่ที่นั่ง เราทราบอยู่แล้วว่าฐานเดิมอยู่ที่เท่าไร ตามรัฐธรรมนูญปี’60 พรรคจะไม่มี ส.ส.สอบตกอีกแล้ว มีแต่ ส.ส.ที่ได้คะแนนมากหรือได้คะแนนน้อย


“ผู้สมัคร ส.ส. ทุกคนต้องทำสัตยาบันต่อพรรคก่อนว่า ด้วยสถานะของเขาในสถานการณ์ปัจจุบัน เขาน่าจะได้รับความไว้วางใจในรูปเสียงโหวตอยู่เท่าไร แล้วพรรคก็จะนำมาคำนวณเพื่อหากลยุทธ์ที่จะทำให้ผู้สมัครได้ทั้ง 2 เด้ง คือ ชนะในพื้นที่ และเอาคะแนนของเขามาคำนวณสมาชิกระบบบัญชีรายชื่อด้วย” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวว่า ขอวิงวอนไปยังทุกฝ่ายว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีกติกาที่ทุกคนยอมรับแล้ว สะท้อนจากการที่ไม่มีพรรคการเมืองใดปฏิเสธเข้าร่วมรับฟังการชี้แจงของ กกต.เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งแสดงว่าไม่มีพรรคใดไม่ยอมรับการเลือกตั้งภายใต้กติกานี้ ตอนนี้ทุกพรรคอยู่ในจุดเดียวกัน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ดังนั้น ผลเลือกตั้งออกมาเป็นอย่างไรก็ต้องยอมรับ คสช.เป็นกรรมการคอยรักษาความสงบในฤดูการเลือกตั้ง เลือกตั้งเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น และตามโรดแมปในปัจจุบันก็ยังไม่มีอะไรบ่งชี้ว่าจะเลื่อนเลือกตั้ง ในส่วนพรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมอยู่แล้ว พรรคอื่นๆ ก็ต้องเตรียมความพร้อมมากกว่าจะมานั่งตัดขากัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความชัดเจนหรือยังว่านายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ จะมาร่วมพรรค นายอนุทินกล่าวว่า มีความชัดเจนแล้ว และคงมีการพบปะกันหลังเทศกาลสงกรานต์ เมื่อถามถึงข้อเสนอของนายเสนาะ เทียนทอง เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องคุยกันหลังเลือกตั้ง ไม่อยากคิดไกล อย่างไรก็ดี ถ้ามีการเลือกตั้งแล้วแต่มาตั้งรัฐบาลแห่งชาติก็จะย้อนแย้งกับระบอบประชาธิปไตย ทุกอย่างมีกฎ กติกา มารยาท ทุกคนเข้ามาในสภาด้วยความสามารถตามคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้ ดังนั้น ต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง จึงหวังว่าหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีการปฏิบัติตามมารยาทอย่างที่เคยเป็นมาคือให้สิทธิ์ในการตั้งรัฐบาลแก่พรรคที่ได้คะแนนลำดับ 1 และ 2 และ 3 ตามลำดับ พร้อมกันนี้ นายอนุทินยังยืนยันว่า คนที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนต้องเป็นคนในพรรคภูมิใจไทย

บทความก่อนหน้านี้สุดทน! สาวจวกทัวร์ขนส่ง บริการแย่-ปล่อยให้คนสูบบุหรี่บนรถ-โยนกระเป๋าทิ้ง-ยกนิ้วกลางให้
บทความถัดไปเวเนฯ จับ 5 ตำรวจ รับผิดชอบเหตุ “เผาคุก” ดับ 68