หน้าแรก การเมือง ปธ.กกต.กำชับพ...

ปธ.กกต.กำชับพนง.ปฏิบัติตาม กม.เคร่งครัด ยึดความสามัคคี อย่าปลุกปั่น สร้างความแตกแยก

3.04.18 | 13:11 น.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบนโยบายในการประชุมตามโครงการเสริมสร้างการปฏิบัติงานเกี่ยวกับพรรคการเมืองให้แก่ผู้บริหารและพนักงานการเลือกตั้งประจำจังหวัด ประจำปี พ.ศ.2561 ตอนหนึ่งว่า เนื่องจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มีรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลงจากของเดิมมาก จึงจำเป็นที่จะต้องมีการประชุมพนักงาน เพื่อทำความเข้าใจในการปฎิบัติ ซึ่งอยากให้การปฎิบัติของพนักงานยึดกฎหมายระเบียบอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญอยากให้พนักงานยึดเรื่องความสามัคคี ขณะนี้องค์กรเรากำลังถูกจับจ้อง คิดต่างได้แต่อย่าแตกแยก เพราะถ้าเราปราศจากความสามัคคีในหมู่คณะ องค์กรเราอาจถูกยุบได้ และให้หน่วยงานอื่นจัดการเลือกตั้งแทนเรา ซึ่งตนไม่อยากจะให้เกิดขึ้น ในเรื่องของการโยกย้ายแต่งตั้ง แม้ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.จะให้เป็นอำนาจของเลขาธิการสำนักงาน แต่ กกต.ก็ยืนยันว่าจะเข้าไปดูแลให้ความเป็นธรรม ดังนั้นมีอะไรติดขัดขอให้ปรึกษาผู้บังคับบัญา อย่าไปทำหนังสือร้องเรียน หรือระดมอะไรกันมันไม่ถูก ซึ่ง กกต.ก็ได้มีการกำชับให้สำนักงานรีบดำเนินการแต่งตั้งและยึดหลักความยุติธรรม เป็นธรรม ในการแต่งตั้งโยกย้ายแล้ว

“แม้เวลานี้เราจะเหลือ กกต.แค่ 4 คน และเหลือเวลาอยู่ในตำแหน่งอีกไม่นาน แต่พวกเราก็ยืนยันว่าจะตั้งใจทำงานให้กับสำนักงาน ไม่ใช่อยู่รับเงินเดือนไปวันๆ ขอให้ทุกคนมั่นใจ ว่าเราจะดูแลให้ความเป็นธรรม แต่ก็ต้องเข้าใจว่า การโยกย้ายแต่งตั้งทุกองค์กรมีทั้งคนที่พอใจและไม่พอใจ อย่ามองแค่ตัวเอง ให้ยึดประโยชน์ขององค์กรก่อน มีอะไรก็ให้มีการพูดจาปรึกษาหารือกัน อย่าไปปลุกปั่นยุยงให้เกิดความแตกแยก ควรจะนึกถึงองค์กรและภาระหน้าที่ ที่เราจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจ รับงานใหญ่ คือการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น” นายศุภชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสาเหตุที่นายศุภชัยต้องมากำชับเรื่อง ความสามัคคีในองค์กร เนื่องจากหลังประกาศใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. ต้องมีการปรับโครงสร้างของ กกต.ที่ต้องดูแลรับผิดชอบใน 5 ด้านมาเป็นการทำงานเป็นบอร์ด ในส่วนของสำนักงานก็ต้องมีกาารปรับโดยยุบด้านจาก 5 ด้าน แล้วแบ่ง เป็น 3 กลุ่มงาน ทำให้จะต้องมีการคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าแต่ละกลุ่มงาน ซึ่งพนักงานที่มีอายุงานมากๆ ก็ได้มีการรวมตัวกันเข้าชื่อทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชา และขอเข้าพบ กกต.ด้วยตัวเองหลายครั้ง เพื่อขอให้พิจารณาเลื่อนตำแหน่งโดยไม่ต้องมีการสอบแข่งขันกับพนักงานอาวุโสน้อยกว่า แต่มีคุณสมบัติที่จะสอบแข่งขันขึ้นตำแหน่งได้ แต่ทาง กกต.ก็อ้างว่า กกต.มีหน้าที่เพียงกำกับดูแลเท่านั้น เรื่องนี้เป็นอำนาจของสำนักงานฯ