หน้าแรก การเมือง เครือข่ายขอคื...

เครือข่ายขอคืนป่าดอยสุเทพเดินเท้ายื่นหนังสือนายกฯใช้ ม.44 สั่งระงับรื้อถอนบ้านพักศาล

4.04.18 | 08:58 น.

เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 4 เมษายน 2561 ที่พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายกฤตย์ เยี่ยมเมธา นายดิเรก จันทรดิรก และนายสรุท ศรีถาวร กลุ่มภาคประชาชน ในฐานะตัวแทนเครือข่ายขอคืนผืนป่าดอยสุเทพ ตั้งขบวนเดินเท้าออกจากจังหวัดเชียงใหม่ จุดหมายปลายทางกรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้ใช้มาตรา 44 ในการสั่งระงับการก่อสร้างบ้านพักของข้าราชการตุลาการ จำนวน 45 หลัง ในโครงการก่อสร้างที่ทำการศาลอุธรณ์ภาค 5 บ้านพักและอาคารชุดสำหรับข้าราชการตุลาการ บนเนื้อที่ 147 ไร่ ในพื้นที่ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสร้างติดแนวเขตป่าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย โดยมีชาวเชียงใหม่จำนวนหนึ่งเดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมบริจาคเงินเพื่อสมทบเป็นค่าเดินทางในครั้งนี้

นายกฤตย์ เยี่ยมเมธา ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนอีก 2 คน อาสาเป็นตัวแทนของชาวเชียงใหม่ เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้ใช้มาตรา 44 ระงับและรื้อถอนบ้านพักที่สร้างในพื้นที่ป่าดอยสุเทพออกทั้งหมด และเร่งฟื้นฟูป่าให้กลับสู่สภาพเดิม ทั้งนี้ เครือข่ายฯทราบดีว่าโครงการนี้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย แต่ภาคประชาชนจะอาศัยอำนาจของรัฐบาลรัฐฐาธิปัตย์ ในการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ซึ่งถือเป็นความหวังเดียวของภาคประชาชนที่จะหยุดยั้งโครงการสร้างบ้านพักในพื้นที่ป่าดังกล่าวได้

“ผมขอยืนยันว่า การเคลื่อนไหวและการเดินรณรงค์ครั้งนี้ เกิดจากความคิดของตนเองในฐานะคนเชียงใหม่ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง และถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ปัญหานี้ช่วยจุดประกายทำให้องค์กรพิทักษ์รักษาป่าเข้ามาร่วมรณรงค์ เพื่อให้คนไทยทั้งชาติเกิดความตื่นตัวและออกมาเคลื่อนไหวดูแลทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้” นายกฤตย์กล่าว

นายกฤตย์กล่าวว่า เป้าหมายในการเดินครั้งนี้ กำหนดระยะทางวันละ 50 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดินออกจากจังหวัดเชียงใหม่ เส้นทางถนนพระปกเกล้า ผ่านประตูเชียงใหม่ อ้อมไปยังประตูท่าแพ และใช้เส้นทางถนนท่าแพ ถนนเจริญเมือง จนถึงสี่แยกหนองป่าครั่ง จากนั้นจะใช้เส้นทางถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ผ่านจังหวัดลำพูน ลำปาง และตาก จากนั้นจะใช้เส้นทางสายรองในการเดินทาง เพราะมีชุมชนตามรายทางอยู่มาก และเมื่อถึงจังหวัดนนทบุรี จะเลี้ยวซ้ายเข้าปากเกร็ด และมุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล รวมระยะทาง 696 กิโลเมตร คาดว่าจะใช้เวลาในการเดินประมาณ 20 วัน โดยจะถึงกรุงเทพฯในวันที่ 20 เมษายน อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเดินทาง หากมีการเจรจาระหว่างศาลกับภาคประชาชน หรือนายกรัฐมนตรี ประกาศใช้มาตรา 44 ก่อน ทางกลุ่มก็ยืนยันจะเดินทางต่อจนถึงจุดหมายปลายทาง เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความเพียรพยายามและความอดทน